denchai's profileนิยายPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    February 15

    hattusa

    นักรบฮัตตุชา
     
    กองทัพอันทรงพลังแต่กลับหายไปจากประวัติศาสตร์ภารกิจของเขาต้องสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก 
    แต่แล้วอาณาจักรของพวกเขากลับกลับหายไปจากประวัติศาสตร์ไปอย่างลึกลับ
     
    เป็นเวลากว่า 3,000 ปี ที่ร่องรอยของพวกเขาได้หายไปจากประวัติศาสตร์ จนกระทั่งหลักฐานในอดีตได้เริ่มปรากฏขึ้นทีละน้อย หลักฐานเหล่านี้ได้เปิดเผยความลึกลับในอดีต Hattic
     
    ป้อมปราการที่สร้างขึ้นอย่างถาวรรวมทั้งรถศึกของพวกเขาที่มิอาจต้านทานได้ รวมถึงอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่กว่า อียิปต์  นี่คืออาณาจักรที่หายสาบสูญ ไปจากประวัติศาสตร์อย่างไร้ร่องรอย กษัตริย์ลึกลับแห่งฮัตตุชา Hattusa
     

    เมื่อเร่ิมศตวรรษที่ 20 นักวิทยาศาสตร์ได้ออกหาความลักทางโบราณคดี ครั้งใหญ่ เพื่อเปิดเผยความจริงที่มีอยู่ในตำนานนักประวัติศาสตร์ในยุคแรกได้กล่าวว่า โลกในยุคก่อนพระคัมภีร์ไบเบิล ปกครองโดยสามอาณาจักรใหญ่ ได้แก่ อียิปต์ อัสซุเรีย และบาลิโลน ซึ่งนักสำรวจยืนยันว่ามีอยู่จริง
    ทั้งสามอาณาจักรมีศูนย์กลางอยู่ที่ตะวันออกกลาง ได้ทิ้งสิ่งก่อสร้ารงไว้ให้คนรุ่นหลัง
     
    ดังนั้นความคิดเรื่องอาณาจักรแห่งที่สี่ซึ่งไม่เหลือร่องรอยให้เห็น จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ร่องรอยภาษาลึกลับที่ใช้กันในโลกโบราณ ก็เริ่มปรากฏให้เห็นที่ละน้อย
     
    บางคนเชื่อว่าภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจนี้ น่าจะเป็นหลักฐานของอาณาจักรแห่งที่สี่ที่สาบสูญ ไปจากประวัติศาสตร์
     
    ในปี 1906 นักภาษาศาสตร์ชาวเยอรมันและคณะร่วมกันสืบหาแห่งที่มาของสถานที่สาบสูญไปนี้ ได้ขึ้นไปบนยอดเขา อานาโตเลีย ตอนกลางของประเทศตุรกี พวกเขาได้พบซากนครที่สาบสุญไป ทุกพื้นที่ปรากฏร่องรอยอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ และเมื่อสำรวจพื้นที่มากขึ้น พวกเขาก็พบแผ่นจารึกดินเหนียวจำนวนร้อยแผ่น จากรึกนั้นเต็มไปด้วยภาษาที่แปลกประหลาด นับว่าเป็นสิ่งที่พวกเขากำลังค้นหาอยู่พอดี
     
    การไขปริศนา อารยธรรมที่สาบสุญ พวกเขาจะต้องหากผ่นจารึกที่เขาเข้าใจได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็พบแผ่นจารึกที่พบจะเข้าใจได้ มันเป็นแผ่นจารึกด้วยภาษาบาบิโลนเนียน ภาษากลางในยุคโบราณ ได้พูดถึงข้อตกลงสันติภาพระหว่างฟาโรห์รามาเซสที่ 2 แห่งอียิปต์ กับฮัตตุชิลี แห่ง ฮัตตุชา ได้ยกย่องให้เป็นมหาราชองค์ที่สี่ไว้ด้วย จากข้อตกลงสันติภาพทำให้พวกเขาเชื่อว่ามีดินแดนที่สี่ที่สาบสูญไปจริง ๆ แต่ วิงเกลอร์ ผู้ค้นพบ ก็เสียชีวิตไปก่อน ที่เขาจะไขปริศนาได้สำเร็จ จึงทำให้อาณาจักรนี้หายสาบสูญไปจากประวัติศาสตร์อีกครั้ง
     
    จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่าร้อยปี คำถามนี้ก็กลับมาอีกครั้ง นักโบราณคดีต้องสำรวจกันอย่างละเอียดด้วยการวิเคราะห์ทุกสิ่งที่ค้นพบ และพยายามถอดรหัสอักขระที่เข้าใจยากทั้งสองรหัส หนึ่งในนั้นคือ อักษรภาพ เฮียโรกริฟฟิก พวกเขาเรียกเมืองนั้นว่า ฮัตตุชา แห่งดินแดนฮัพติ และเรียกผู้คนนั้นว่า พวก ฮิตไทร์ แต่เป็นคนละกลุ่มกันอย่างสิ้นเชิงกับชาวฮิตไทร์ในพระคัมภีร์ไลเบิลเลย
     
    การสร้างเมืองอย่างประหลาด
    พวกฮิตไทร์ แห่งฮัตตุชา นั้เนได้สร้างเมืองขึ้นบนดินแดนที่ค่อนข้างจะประหลาดครับ มันเป็นดินแดนที่ไม่น่าจะมีเมืองหลวงอยู่เลย ซึ่งมหานครแห่งนี้อยู่ห่างไกลมาก จากตัดขาดจากโลกภายนอก มันไม่มีทางเข้าและทางออก ซึ่งมหานครทุกแห่งในยุคนั้น จะมีเส้นทางเชื่อมต่อกับดินแดนอื่น บ้างก็อยู่ใกล้กับเส้นทางพาณิชย์ แม่น้ำ หรือไม่ก็ทะเล ก็ลองนึกถึฃอียิปต์ที่มีแม่น้ำไนล์ล่อเลี้ยงชาวอียิปต์ ดูครับ
     
    แต่ที่นี่ ฮัตตุชา นั้นอยู่ห่างไกลจากแม่น้ำถึง 50 ไมล์เลยทีเดียว นอกจากนั้นก็มีแนวเทือกเขาสูงกั้น และห่างจากทะเลกว่าร้อยไมล์ด้วยกัน การตั้งบนเขาสูง ที่มีสภาพอากาศเลวร้ายและพื้นที่ทั้งหมดก็เป็นพื้นที่ปิด ทำให้ถูกตัดขาดจากทะเลดำ และอยู่ห่างจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตกถึง 250 ไมล์ ส่วนปัจจัยอื่นเป็นเพราะอยู่พื้นที่สูง ทำให้มีหิมะตกหลายเดือนยิ่งทำให้ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงเลย
     
    เป็นเรื่องยากที่จะจิตนาการได้ว่า ชาวฮิตไทร์ สร้างเมืองหลวงไว้ที่นี่ได้อย่างไร และด้วยเหตุผลใด
    แต่นักโบราณก็พบว่า ความยากลำบากนี้กลับกลายเป็นผลดีของชาวฮิตไทร์
    ทุกอย่างในเมืองนี้มีการวางแผนเอาไว้อย่างรอดคอบ พวกเขาสร้างป้อมปราการที่คงทนสามารถสกัดกั้เนการโจมตีได้เป็นอย่างดี โดยชาวฮิตไทร์ได้แนวภูเขาเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติอันแข็งแกร่ง
     
    การก่อสร้าง
    พวกเขาสร้างดินแดนที่น่าทึ่งโดยการสกัดเข้าไปในภูเขา และก่อสร้างเมืองตามภูเขาที่สูงชัน และพวกเขาก็ลากหินขึ้นไปหลายร้อยเมตร แล้วเจาช่องเข้าไปในหินแกรนิต และสร้างกำแพงหน้าตามแนวเขาที่สูงชัน นับว่าเป็นความสามารถทางวิศวกรรมที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง
     
    เนื่องจากเป็นการสร้างเมืองบนภูเขาหินแกรนิต
     
    กำแพงใหญ่ด้านนอก โอบล้อมเมืองทั้งเมืองเอาไว้ มีความยาวกว่า 4 ไมล์ทอดยาวตลอดแนวหุบเขา เป็นปราการที่แข็งแกร่งที่ช่วยปกป้องชาวฮิตไทร์ได้เป็นอย่างดี
     
    ชาวฮิตไทร์ได้เปลี่ยนทุกส่วนของเมืองฮัตตุชาให้กลายเป็นป้อมปราการที่ยากแก่การถูกทำลายโดยมีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยกำแพงเหล่านี้สร้างมาจากหินแกรนิตมากมาย ด้วยลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้กำแพงมีความแข็งแกร่งและทนทาน มีการพบกำแพงขนาดใหญ่แบบนี้ไว้ทั่วเมืองเลย ซึ่งบางแห่งกว้างกว่า 8 เมตรเลยทีเดียว
     
    ลักษณะแปลกของกำแพง ส่วนประกอบส่วนประกอบเหล่านี้ทำให้กำแพงแข็งแกร่งได้อย่างน่าทึ่ง
     
    ชาวฮิตไทร์ ได้ผสมดินและทรายเข้าด้วยกันเพื่อกันน้ำรั่วซึม เมื่อนำมาบดอัด มันจะแข็งเหมือนกับคอนกรีดเลยทีเดียว
     
    บนยอดฐานรากอันแข็งแกร่ง นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่า ช่างก่อสร้างชาวฮิตไทร์ได้ต่อเติมกำแพงดินเหนียวขึ้นไปอีก 8 เมตร
     
    ภาพที่ปรากฏบนเครื่องเคลือบ แสดงให้เห็นว่าทุกระยะ 12 เมตร จะมีการสร้างหอสังเกตการณ์สูงถึง 30 เมตรด้วยกัน และทำให้ประตูทางเข้าซึ่งมักจะเป็นจุดอ่อนของระบป้องกัน ได้กลายเป็นกับดักมรณะ ศัตรูที่บุกเข้ามาจะถูกจัด หมดทางตร่อสู้กับชาวฮิตไทร์ที่เฝ้าอยู่บนป้อมปราการขนาดใหญ่
     
    ลักษณะเฉพาะของกำแพงชั้นใน ซึ่งหนากว่าชั้นแรก แถมยังเพิ่มการป้องกันที่ทันสมัยเข้าไปอีก นั่นคืออุโมค์ลึกลับ ซึ่งมีถึง 8 อุโมงค์ด้วยกัน ใครที่บุกรุกกำแพงภายนอกเข้ามา จะต้องเผชิญกับการซุ่มโจมตีของกองทัพฮิตไทร์ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในอุโมค์นี้ นี่เป็นเมืองที่สร้างขึ้นโดยมีกำแพงป้องกันหลายชั้น
     
    ฮัตตุชา มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 50,000 คน ชาวฮิตไทร์เลือดทำเลที่ห่างไกลเพื่อกันการบุกรุกจากศัตรู และเปลี่ยนดินแดนที่หลายคนคาดไม่ถึง ให้หลายเป็นป้อมปราการอันแข็งแกร่ง
     
    เมื่อนักโบราณคดีทำแผนที่ขึ้นมา ที่คาดว่าครั้งหนึ่งอารยธรรมนี้น่าประทับใจมากเพียงใด
     
    ทันทีที่ชาวมหานครสร้างอาณาจักรสำเร็จพวกเขาก็ตัดสินใจแสดอานุภาพให้โลกได้รับรู้พวกเขาสร้างอานุสาวรีย์ที่คงทนถาวรมากมายเพื่อเป็นหลักฐานแสดงอำนาจของตน
     
    สิ่งก่อสร้างแบบนั้นมีทางเข้าแบบถาวรและมีห้องกว่า 200 ห้อง ล้อมรอบลานกว้างที่อยู่ตรงกลาง ภายในมีศานวัตถุมากมาย นี่คือมหาวิหารฮัตตุชา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
     
    ณ จุดสูงสุดของเมือง มีพีรามิดขนาดใหญ่ กว้าง 250 เมตร มีบันได 100 ขั้น พาไปถึงยอดเขา แลดูโอ่อ่างดงามกำแพงสูงชั้นนอกทอดพาไปถึงยอดพีรามิด ตรงมีทางเข้าตกแต่งด้วยสฟิงค์โดยหันหน้าไปทางทิศใต้ซึ่งไปยังอียิปต์ นับเป็นสิ่งแรกที่ผู้มาเยือนจะได้เห็นทันทีที่ผ่านเข้าเมือง มันคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจของอาณาจักรฮิทไทร์
     
    บนยอดเขาเป็นจุดศูนย์กลางเมืองของชาวฮิตไทร์ได้สร้างสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดคือปราสาทมีกำแพงชั้นใหญ่ป้องกันอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้กษัตริย์ทรงปลอดภัย ทางเดินกลางทอดยาวสู่ปราสาทโดยไม่แวะเวียนไปยังที่อื่นใด
     
    บนยอดพีรามิดคือที่ประทับของกษัตริย์มีการป้องกันที่แน่นหนา นี่เป็นเมืองที่มีการก่อสร้างแบบถาวรจะเห็นว่าเมืองนี้มีการออกแบบอย่างเฉลียวฉลาด ดูเหมือนชาวฮิตไทร์จะวางแผนให้ฮัตตุชาคงอยู่ตลอดไป แต่ยังไม่มีสิ่งใดอธิบายได้ว่า พวกเขาสร้างอาณาจักรยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้อย่างไรและสาบสูญไปโดยไร้ร่องรอยได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นสิ่งที่นักโบราณคดียังต้องสืบหากันต่อไป
     
    พวกเขาค้นพบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์และพบรูปจำลองของชาวฮิตไทร์รวมทั้งอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เผยให้เห็นการตกอยู่ในภาวะสงคราม แต่ที่น่าประหลาดรอบ ๆ เมืองนั้นพวกเขาพบวัตถุมีค่าเพียงไม่กี่ชิ้น ไม่มีส่ิงใดให้เห็นในเมืองโบราณแห่งนี้เลยอาจเป็นเมืองฮัตตุชา ถูกกวาดล้างจนไม่เหลือหลัดฐานใด ๆ ที่บ่งบอกถึงชะตากรรมของเมืองแห่งนี้ก็เป็นได้ แต่ที่ฮัตตุชามีสมบัติล้ำค่าอย่างหนึ่งที่รอคอยนักโบราณคดีมาค้นพบไม่ใช่ทองคำมากกว่านั้น ที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางห้องมากมาย คือห้องสมุดขนาดใหญ่ถึง 5 มีแผ่นจารึกถึง 30,000 แผ่นจัดหมวดหมู่ไว้อย่างสวยงามนับว่าเป็นห้องสมุดที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่เท่าที่เคยพบมา
     
    เรื่องราวทั้งหมดของชนเผ่าลึกลับได้รับการบันทึกเอาไว้ที่นี่เป็นเรื่องราวของอารยธรรมที่สาบสุญซึ่งจัดเรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ปัญหาหนึ่งก็คือภาษาพวกนี้เขียนขึ้นโดยไม่มีใครเข้าใจ การถอดรหัสต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ทางด้านภาษาอย่างมากชาวฮิตไทร์เขียนอักษรด้วยภาษารูปลิ่ม ที่เรียกว่า อักษรคูริฟอร์ม Cuneiform จึงเป็นที่รู้จักและอ่านได้ง่าย แต่ภาษาของชาวฮิตไทร์ กลับไม่สามารถอ่านเข้าใจได้เลย แบบเดียวกับที่เราออกเสียงภาษาลาตินได้เพราะเขียนด้วยอักษรที่เรารู้จักดี
     
    แม้เราจะไม่เข้าใจความหมายของคำนั้นเลยก็ตาม กุญแจสำคัญในการถอดรหัสภาษาที่เราไม่รู้จักคือหาภาษาที่คล้ายกันซึ่งอาจมีการใช้คำและไวยกรณ์ร่วมกันมาช่วยในการถอดความ แต่ภาษาฮิตไทร์ทำให้ทุกคนต้องงง เพราะเป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะตัวต่างจากภาษาตะวันออกกลางอื่น ๆ
     
    แต่ที่สุดแล้วเราก็ถอดรหัสนี้ได้จากการค้นพบประโยคหนึ่ง จากประโยคนับพัน จากผู้เชี่ยวชาญภาษาเชค เขาเห็นสัญลักษณ์แทนอาหารบางอย่างที่มีลักษณะร่วมกับภาษาโบราณหลายภาษา แต่ต่อมาเขาก็พบบางอย่างที่สะดุดตานั่นคือคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เป็นหนึ่งในหลาย ๆ คำ คือคำว่า วาทา (water) หรือน้ำในภาษาอังกฤษ ในทำนองเดียวกัน คำว่า เอสซา ทำให้นึกถึงคำว่า เอตตูม ในภาษาเยอรมันโบราณ ซึ่งแปลว่ากิน ที่มีเสียงคล้ายกันมาก พอนำมารวมกันก็แปลว่าดื่มน้ำและเมื่อแปลทั้งประโยคก็แปลว่า คุณกำลังกินอาหารและดื่มน้ำ ด้วยวิธีนี้ทำให้เขาแปลประโยคภาษาฮิตไทร์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30,000 ปี
    December 25

    ตอนที่ 6 เจ้าพ่อวงการจิเวอลี่ ปรากฏตัว

    ตอน เจ้าพ่อวงการจีเวอลีปรากฏตัว
     
                นักสืบหนุ่มเร่งฝีเท้า เพื่อให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในใจนั้นอยากจะวิ่งให้ถึงเป้าหมายโดยเร็วที่สุด แต่เกรงว่าอาจารย์หนุ่มจะตามไม่ทัน อีกทั้งผู้คนบริเวณมหาวิทยาลัยนั้นหนาแน่นจนบาทวิถีกว้างกว่าห้าเมตรคับแคบไปถนัดตา
                ทั้งคู่ต่างเดินหลบผู้คน ที่เดินสวนทางกันไปมาอย่างคล่องแคล่ว กระทั่งกลับมาถึงมหาวิทยาลัยอีกครั้ง ทำให้ชายทั้งสองหายใจได้สะดวกเมื่อเห็นสวนหย่อมรอบอาคารชวนเจริญตา ทำให้ทั้งคู่หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
                เลโอนาร์ดไม่พูดถึงว่านักสืบหนุ่มจะไปไหน หากเดินตามอย่างเงียบ ดูเหมือนนักสืบหนุ่มจะเก็บเงียบไม่ปริปากเหมือนจะทำให้อาจารย์ประหลาดใจ เมื่อนักสืบหนุ่มเดินผ่านสวนหย่อมตามทางเดิน เขายังคงเร่งฝีเท้าอยู่อย่างนั้นไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ทั้งดอกไม้ สีแดง สีเหลือง สีฟ้าสดใส กำลังประกาศตัวประชันความงามกัน แต่สิ่งเหล่านั้นไม่อยู่ในสายตานักสืบแม้แต่น้อย
                ทั้งสองเดินตามทางเดินอ้อมอาคารเรียนไปยังอีกด้านหนึ่ง ผ่านห้องสมุดอันวิจิตร แต่นักสืบหนุ่มไม่สนใจมันแม้แต่น้อยกลับเดินผ่านอย่างไม่ใส่ใจ ตรงกันข้ามเลโอนาร์ด เขายังเมียงมองห้องสมุดนั้นเป็นพัก ๆ พยายามที่จะมองหารูปปูนปั้นสลักคนมีชื่อเสียงที่รายล้อมอาคาร ซึ่งอาจจะมีบุคคลที่เขารู้จัก
                ทว่ารูปปั้นเยอะแยะเหล่านั้น ทำให้อาจารย์หนุ่มกลับไม่สามารถมองออกเลยว่าใครเป็นใครเพราะท่าทางรูปสลักนั้นคล้ายกันเกือบทุกรูปเลยทีเดียว
                ทั้งสองยังคงเดินตามบาทวิถี อาจารย์หนุ่มมองร้านขายขนมปังที่อยู่อีกฟากหนึ่ง เขายังจำภาพของเศษกระจกกระจัดกระจายเต็มบาทวิถีได้ดี อาจารย์หนุ่มมองผ่านกระจกใสเห็นผู้คนภายในร้านต่างหยิบขนมที่น่ากินนั้นราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนเป็นเรื่องโกหก
                ห่างจากมหาวิทยาลัยเกือบสามร้อยเมตร นักสืบหยุดกะทันหัน พร้อมกับเลโอนาร์ดที่หยุดแทบไม่ทัน เมื่อเขากำลังชะเง้อร้านสีขาวประตูทางเข้าซุ้มโค้งสวยงามเป็นร้านที่เขาเคยเช่าชุดทักซิโด เมื่อครั้งนั้น เลโอนาร์ดยิ้มกรุ่มกริ่มในใจที่ยังโชคดีที่ชุดนั้นไม่ฉีกขาด หากเพียงแต่ยับเยินและสกปรกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จนทำให้เขาถูกหักเงินมัดจำไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
                นักสืบหนุ่มเข้าไปในร้านทันทีพร้อมกับประตูที่เป็นกระจกใสเปิดต้อนรับ เช่นเคยเขาตรงไปยังพนักงานต้อนรับทันทีโดยไม่ใส่ใจสิ่งรอบข้างใด ที่ทั้งร้านสวยหรูประดับไปด้วยประกายระยิบจากอัญมณีเปล่งประกายจากหลอดไฟที่หลบมุม ตรงข้ามกับอัญมณีเลอค่ากับทอประกายเด่นราวกับจกใสที่จะหยุดกาลเวลา
                เลโอนาร์ดผู้เข้ามาครั้งแรกมันช่างต่างกับสิ่งที่มองจากด้านนอกนัก เขาแหงนหน้าขึ้นไป สิ่งที่แหวนนั้นทำให้เขาแทบจะลืมหายใจ กับผลึกแก้วทรงพาวเวอร์ออฟเลิฟ ขนาดใหญ่เท่ามนุษย์แม้เขาจะรู้ว่านั้นเป็นแค่ผลึกแก้วธรรมดาเท่านั้นแต่แสงประกายตกกระทบสะท้อนแสงเกิดเป็นประกายสีรุ้งช่างตระการตาซะเหลือเกิน มันค่อย ๆ หมุนอย่างเชื่องช้าโลกรายละเอียดทุกมุมมอง ทำให้ผู้มองมันแทบจะพยายามไขว่คว้ามันมาเป็นของตนเองให้จงได้
                “สวัสดีครับ” แม็กซ์พูดขึ้นอย่างสุภาพเมื่อเห็นพนักงานสาวในเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ซ้อนด้วยเสื้อกั๊กสีแดงเลือดหมู ทว่าสิ่งที่สะดุดตาของชายหนุ่มหยุดตรงอกซ้ายของเธอที่ติด จี้เพชรเม็ดโตสีขาวใสอยู่ตรงกลางดอกกุหลาบที่ทำจากทองคำขาว ช่างสวยงามจนแม็กซ์แทบไม่อยากจะละสายตาไปจากมัน
                “สวัสดีค่ะ” พนักงานสาวเสียงใสตอบอย่างเต็มใจ นับว่าเป็นลูกค้ารายแรกของวัน น้ำเสียงกระตือรือร้นอันอ่อนหวานชวนฟังของเธอทำให้นักสืบหนุ่มผละจากจี้เพชรมองมายังเธอ ทว่าสายตางามงอนนั้นมองมายังเขาทำให้ชายหนุ่มแทบจะลืมภารกิจเกือบหมดสิ้น
                “สวัสดีครับ” เสียงเลโอนาร์ดแทรกขึ้นมา ทำให้นักสืบหนุ่มได้สติกลับมา
                แม็กซ์ทำทีกระแอมเบา ๆ พร้อมทำหน้าเข้มราวกับสุภาพบุรุษ “คุณมีอัญมณีสำหรับฝึกพลังจักรวาลไหมครับ”
                “อ้อ...” เธอแปลกใจเล็กน้อย เมื่อของแบบนั้นไม่ค่อยมีใครสนใจซื้อเท่าไหร่ “มีค่ะ” ไม่รอช้าเธอกดปุ่มสี่เหลี่ยมสีขาวตรงขอบโต๊ะ ก่อนที่จะกลางโต๊ะเผยจอภาพคอมพิวเตอร์แบนราบติดกับพื้นโต๊ะดูเข้ากัน ในจอภาพค่อยปรากฏอัญมณีนานาชนิดสวยงาม ตั้งแต่รูปร่างสวยงามของอัญมณีในแบบสามมิติ
                “ต้องการอัญมณีแบบไหนคะ มีทั้งเพชร พลอย มรกต มุก หรือไม่กระทั่งลาพิสลาซูลี อะเมธิสต์ ควอร์ตซ์ ก็มีนะคะ” เธอตอบพร้อมมองหน้าแม็กซ์ แต่ชายหนุ่มกลับหันไปยังอาจารย์หนุ่มทันทีเพื่อปัดเรื่อง
                “ว่าไง นายจะเอาอะไรล่ะ” นักสืบหนุ่มถามต่อ ขณะที่เลโอนาร์ดไม่นึกไม่ฝันว่าเขาจะโยนเรื่องพวกนี้มาให้กะทันหัน
                “อืม...” คำพูดของนักสืบหนุ่มทำให้เลโอนาร์ดตั้งตัวแทบไม่ทัน “อ้อ...อืม...เล่นแบบนี้เลยเหรอ” เขาบ่นพึมพำพลางสอดส่ายสายตามองคอมพิวเตอร์แสดงรูปอัญมณีหลากชนิดเป็นแนวยาวจนอาจารย์หนุ่มเลือกไม่ถูก
                ระหว่างที่อาจารย์หนุ่มกำลังตัดสินใจ แม็กซ์ถือโอกาสถามพนักงานสาวทันที “มีคนซื้ออัญมณีแบบนี้มากไหมครับ” นักสืบหนุ่มลองถามแต่เท่าที่เขาสังเกตว่า ที่นี่คงไม่น่าจะมีคนซื้ออัญมณีที่นำไปฝึกพลังจักรวาลมากเท่าไหร่
                “เห็นตลอดสามเดือนที่ผ่านมานี้ ก็มีคุณเป็นคนแรกค่ะ” พนักงานสาวตอบ
                “อืม...” แม็กซ์ทำทีนึก “แล้วเคยมีชายหัวโล้นสูงใหญ่เคยเข้ามาซื้อบ้างไหมครับ”
                “หือ” พนักงานสาวแปลกใจเล็กน้อย
                “อ้อ ไม่มีอะไรเขาเป็นเพื่อนเก่าของผมนะ เขาก็มีพลังจักรวาลเขาอยู่ที่นี่มานานหลายปี ส่วนผมก็เพิ่งมาจากโลกครับ กะว่าจะไปเซอร์ไพร์เขาหน่อย” นักสืบหนุ่มทำทีพูดอย่างยิ้มแย้ม            “ไง เลือกได้หรือยัง” แม็กซ์เปลี่ยนเรื่องทันทีเขาพูดพลางสะกิดอาจารย์
                เลโอนาร์ดยังสินใจไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดีเพราะไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ‘อะไรวะ เจ้าแม็กซ์นี่มันเคยมีคู่หูหรือเปล่าวะ จู่ก็มาให้ซื้ออัญมณีพวกนี้เฉยเลย นักสืบนี่เข้าใจยากชะมัด’ อาจารย์หนุ่มที่ใจเย็นเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา
     
                “ไม่มีเหรอ” แม็กซ์สันนิษฐานผิดไป ในใจเขาอยากจะแสดงตัวออกมาเป็นนักสืบมาก แต่สัญชาติญาณบอกให้ใจเย็นไว้ก่อน เขาอยากจะค้นจะให้เธอช่วยค้นข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่เคยซื้ออัญมณีที่ใช้ฝึกพลังจักรวาลพวกนี้มาก แม็กซ์ถามต่อ “ในเมื่อคุณมีอัญมณีพวกนี้แล้ว ก็คงจะมีลูกค้าอยู่บ้างใช่ไหมครับ”
                “ค่ะ มีค่ะ”
                “แต่เท่าที่ดูนี่ ไม่น้อยเลยนะครับ แสดงว่า กำลังเป็นนี่นิยมอย่างนั้นเหรอครับ” แม็กซ์คาดการณ์ดูเมื่อมองภาพที่คอมพิวเตอร์แสดงออกมา
                “มันก็ไม่เชิงหรอกนะคะ เพราะเจ้าของร้านเขาสั่งมา ดิฉันก็ทำหน้าที่ขายเท่านั้นเอง”
                ความเซ้าซี้ของนักสืบหนุ่มที่ไม่ได้เผยออกมานั้นทำให้ พนักงานสาวเริ่มจะค่องใจ เข้ามาถามโน่นถามนี่ สายตาเธอบ่งบอกว่ารำคาญกับชายหนุ่มคนนี้เสียแล้ว
                เมื่อเลโอนาร์ดเห็นอัญมณีสีเขียวของมรกต ซึ่งสอดคล้องกับพลังจักรวาลของตน เขาจึงใช้นิ้วกดลงแผงหน้าจอบนรูปที่ปรากฏ อาจารย์หนุ่มยกมือออก ทันทีที่มือนั้นออกหน้าจอกลับเลื่อนลงไปสู่หายไปกับโต๊ะหลงเหลือเพียงช่องสี่เหลี่ยมพริบตาช่องสี่เหลี่ยมเดิมพร้อมมรกตสีสันงดงามโผล่ขึ้นมาแทน
                มรกตทรงกลมสีเขียวสดมามากมายหลายขนาดเรียงรายตั้งแต่ขนาดเล็กเพียงหัวเข็มหมุดไปจนถึงขนากเหมาะมือเลยทีเดียว บ้างก็ยาวรีดูเรียบหรู แม้การเจียระไนจะไม่สวยเหมือนเครื่องประดับ แต่มันสามารถทำให้ผู้พบเห็นได้หลงใหลกับมันเลยทีเดียว ความงามของมันทำให้เลโอนาร์ดชักอยากจะได้ขึ้นมา แต่อีกใจหนึ่งข่มเอาไว้ว่าเขามีอยู่อันหนึ่งแล้ว
                “มีเยอะเลยทีเดียวนะครับ” เลโอนาร์ดลองถามพนักงานสาว “จากคิงค์ดอมจีวลี สินะครับ” ผู้ถามสังเกตเห็นสัญลักษณ์ตัว K สีทองอันอ่อนช้อยเหมือนภาษาเขียนตรงอกขวาของเธอ
                “ค่ะ เพราะต้องให้เหมือนกันทุกสาขาทางเราก็ต้องมี อัญมณีพวกนี้ด้วยค่ะ”
                “อืม...” อาจารย์พยักหน้าเข้าใจ
                “คิงค์ดอนจีวลี” แม็กซ์รำพึง พยายามนึกถึงผู้บริหารมหาเศรษฐีชายร่างท้วมห้อยเพชรเม็ดโตไว้กลางอกจนผู้พบเห็นต่างยำเกรง ได้ยินว่าเขาก็หลงใหลพลังจักรวาลเช่นกัน “อ้อ คุณโชแปง คอนราจ สินะครับ”
                เมื่อนักสืบหนุ่มเอ่ยชื่อก็มีเสียงฝีเท้าหนึ่งเดินเข้ามายังร้าน จนชายทั้งสองหันมาอย่างสนใจ ชายคนนั้นทำให้แม็กซ์ตกใจยิ่งเมื่อนึกถึงผู้บริหารที่เพิ่งพูดถึง มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ส่วนเลโอนาร์ดเคยเห็นเขาอยู่ในโทรทัศน์วันนี้เขาก็พบเจ้าพ่อแห่งวงการอัญมณีตัวจริง
                เพชรเม็ดโตกลางอกส่องประกายเจิดจรัส ตัดกับชุดสูทสีดำสนิทอกขวาติดเข็มกลัดรูปตัว K สีทองสดใสสัญลักษณ์ของบริษัท ชายร่างท้วมไม่สูงเท่าใดนักผมสีดำมันเรียบด้วยเจล ท่วงท่าก้าวอย่างมั่นใจสมเป็นผู้มีอิทธิพลแห่งวงการเดินเข้ามาดั่งราชสีห์ ติดตามด้วยชายผู้ติดตามทั้งสองร่างสูงใหญ่ดูเข้มแข็งขนาบข้าง
    December 24

    ตอนที่ 5 ตรวจสอบ

    ตอน ตรวจสอบ
             
              โต๊ะกลมสีดำโปร่งใสภายในร้านกาแฟ แห่งหนึ่งซึ่งถัดจากร้านเวอร์โกเพียงไม่กี่ร้าน เลโอนาร์ดกำลังนั่งจิบกาแฟมองดูภาพที่เคลื่อนไหวกลางโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก แม็กซ์สอดเครื่องส่งสัญญาณขนาดแสตมป์ดวงเล็กลงบนโต๊ะคอมพิวเตอร์อเนกประสงค์ ที่รับภาพจากกล้องสอดแนมส่งภาพเจ้าสแน๊ปเปอร์อีกที เขาชักไม่ค่อยไว้ในพฤติกรรมของชาย นักสืบคนนี้เท่าใดนัก ว่าทำไมจะต้องคอยสอดส่องชายหัวโล้นนั้นมากนัก ใจหนึ่งก็เข้าใจว่าเขาคงใจร้อนในบางเรื่องเหมือนกับเขา แต่อีกใจหนึ่งกลับแปลกใจไม่น้อยที่ต้องแอบดูพฤติกรรมในสถานที่คนพลุกพล่านกลางร้านอาหารแบบนี้กันแน่ ถึงแม้ว่าผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะไม่สนใจเท่าไหร่
              “คุณทำแบบนี้ดีแล้วเหรอครับ” เลโอนาร์ด ถามอย่างใจเย็น ก่อนจะวางถ้วยกาแฟลงบนถาดรองอย่างแผ่วเบา
              “ไม่เป็นไร ในเมื่อเขารู้แล้วว่าผมมีพลังจักรวาลไม่ช้าเขาจะต้องทำการอะไรซักอย่างเป็นแน่” แม็กซ์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นตามประสบการณ์นักสืบที่นานกว่าห้าปี “เฮ้...ดูสิ” แม็กซ์เรียกให้อาจารย์หนุ่มสนใจ
              เลโอนาร์ด จำใจมองภาพกลับหัวนั้นอย่างหยาบ ๆ โดยไม่เต็มใจเท่าใดนัก “ดูสิ เห็นอะไรไหม” ในขณะที่ แม็กซ์มองสีหน้าของชายในภาพนั้น เกร็งเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ ก่อนที่ชายหัวโล้นในภาพจะเคลื่อนตัวไปหยิบอะไรบางอย่างจากตู้ที่อยู่ปลายเตียงก่อนที่เขาจะหยิบมันใส่ปาก แล้วเดินไปยังโต๊ะคอมพิวเตอร์อีกมุมหนึ่งของห้อง “นี่ไง ผมว่าเขาคงจะติดต่อใครบางคนเป็นแน่ น่าเสียดายไม่รู้ว่าเขาคุยอะไร”
              “คุณช่วยเล่าเกี่ยวกับชายคนนี้ได้ไหมครับ?” แม็กซ์ถามขึ้น
              “เกี่ยวกับมาร์คนะเหรอ” เลโอนาร์ดมองหน้า นักสืบหนุ่ม ในขณะที่เขาพยักหน้าฟังอย่างตั้งใจ
              “ก็ได้ครับ เท่าที่ทราบเขาถนัดไฟฟ้า หรือจักระจุดที่หก จุดกลางหน้าผากครับ เขาใช้ได้ดีมาก แต่จักระส่วนอื่นผมก็ไม่แน่ชัดครับ”
              “ทำไมล่ะ คุณก็ดูออร่าเขาได้นี่” แม็กซ์ถามกลับ
              “ไม่ได้ครับ” เลโอนาร์ดปฏิเสธ ทำให้แม็กซ์ทำหน้าสงสัย “เขาสวมสูทนาโนครับ แว่นเกอร์เลียนไม่สามารถมองทะลุเข้าไปได้ครับ”
              “อืม อย่างนี้นี่เอง”
              “แล้วก็ สิ่งที่น่าสนใจอีกหนึ่งก็คือ เขาปล่อยพลังจักรวาลได้เพียงแขนซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น ที่เขาเรียกว่า ดัมมี่จักระ”
              “ดัมมี่จักระ อย่างนั้นเหรอ” แม็กซ์อุทาน เขาไม่เคยได้ยินมันมาก่อน “มีของแบบนี้ด้วยเหรอ” เขาถามกลับ
              “ผมไม่แน่ใจครับ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่ เพียงแต่ได้ยินมาเท่านั้นเอง”
    “อ้าว! แล้วคุณได้ยินมาจากไหนล่ะ” แม็กซ์ถามกลับ
              เลโอนาร์ดอ้ำอึ้งลังเลเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป “ก็เขาบอกเองครับ”
              “อย่างนั้นเหรอ แต่ดูท่าทางจะต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแต่ลักษณะท่าทางแบบนี้เขาไม่น่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้เลย ห้องก็แสนจะธรรมดาไม่มีอุปกรณ์เกี่ยววิทยาศาสตร์หุ่นยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์แปลก ๆ อย่างที่นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องเขาทำกัน”
              แม็กซ์เพ่งมองแต่ภาพเคลื่อนไหวที่ชายในภาพนั้นแทบไม่เคลื่อนไหวเลย เขาชักเบื่อกับกับการคอยดูแบบนี้ขึ้นมา ที่นานกว่าสิบนาที โดยไม่ขยับเหมือนชีวิตที่แสนน่าเบื่อ
              “ผมว่ามาร์คเขาไม่น่าจะเข้าข่ายคนที่จะมาทำให้เกิดสภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระจายเต็มท้องฟ้านั่นหรอกนะครับ” เลโอนาร์ดเริ่มเบื่อกับร้านหลังจากจิบกาแฟทีละน้อยจนกาแฟเหลือเพียงค่อนถ้วยแล้ว หากเขานึกถึงมาร์คในเหตุการณ์วันนั้นที่เขาบาดเจ็บหนัก ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่แม็กซ์กล่าวว่าเขาหยิบบางอย่างขึ้นมากิน แล้วก็ไม่ยอมออกจากห้องเลยแม้แต่ก้าวเดียวคงเป็นเพราะว่าเขาคงบาดเจ็บอยู่เป็นแน่ อาจารย์หนุ่มคาดเดาว่ามาร์คจึงไม่น่าจะใช้พลังจักรวาลได้พักใหญ่เลยทีเดียว
              “ไม่หรอกน่า” แม็กซ์ยืนกราน “หรือว่าเขาไม่รู้จักพลังจักรวาล”
              “นี่คุณ” เลโอนาร์ดท้วง “ผมเพิ่งมาอยู่ดาวดวงนี้นะครับ”
              “อ้าว ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่มีพลังจักรวาลจริง ๆ นะสิ” แม็กซ์เริ่มขึ้นเสียง เขาเริ่มหัวเสียขึ้นมาว่าจะต้องมองชายในภาพอย่างเสียเวลาโดยใช่เหตุ
              “คุณแม็กซ์ครับ” เลโอนาร์ดย้อนทันที “ผมไม่ได้โกหกหรอกนะครับ เขาใช้พลังจักรวาลจริง ๆ แต่เขามีหรือไม่มีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ”
              “โอเค...โอเค ก็ได้ เพราะดัมมี่จักระสินะ” น้ำเสียงแม็กซ์ใจเย็นลง “เขามีมันก็ใช่ว่าจะใช้พลังแห่งหินก็เป็นได้”
              ชายหนุ่มทั้งสองเงียบพลางมองหน้าราวกับใจคิดบางอย่างที่เหมือนกัน “พลังแห่งหิน!!” ทั้งสองอุทานแทบจะพร้อมกัน
              “ไปกันเถอะ” แม็กซ์พูดเหมือนคิดอะไรบางอย่างออกมาพลางลุกอย่างร้อนรน ทำให้อาจารย์แทบจะลุกตามไม่ทัน หากนักสืบหนุ่มถึงเครื่องสัญญาณออกจากโต๊ะอย่างคล่องแคล่วใส่กระเป๋าเสื้อ ก่อนจะเดินออกจากร้านทันที
              “นี่คุณแม็กซ์” เลโอนาร์ดเดินตามแทบไม่ทันเรียก
              “เรียกแม็กซ์เฉย ๆ ก็ได้” นักสืบหนุ่มท้วงอย่างเป็นมิตรก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกมาจากร้านกาแฟ
              “คุณคิดอย่างไรล่ะ” เลโอนาร์ดถามอยากรู้
              “ก็คิดเหมือนคุณนั่นแหละ” แม็กซ์ ตอบพร้อมกับเดินสวนทางกับผู้คนที่เดินผ่านประตู
              “อืม...” เลโอนาร์ดเงียบ แต่เมื่อเห็นนักสืบหนุ่มคนนั้นเดินรีบเร่งราวกับมีธุระนำเขาออกไป จึงถามขึ้น “นี่ แม็กซ์ คุณจะไปไหน?”
              “ตามมาเถอะ ผมคิดอะไรออกแล้ว”

    ตอนที่ 4 ซ้อนแผนอีกที

    ตอน ซ้อนแผนอีกที
     
              แสงสว่างจ้าส่องสว่างทั่วจอคอมพิวเตอร์ คนผู้มองเบือนหน้าหนีพริบตาแสงนั้นหายไปก่อนภาพหลงเหลือแต่จออันดำมืดแทน มาร์คร้อนรนไม่น้อย อดรีนารีนขึ้นสูงจากความกลัวจนแขนซ้ายกระตุกขึ้นมาราวถูกไฟฟ้าช๊อต ภาพตรงหน้าทำให้เขาลืมข้อห้ามของแม้คานีเรีย หรืออุสตาร์หัวหน้าพยาบาลจะกำชับว่าให้สงบสติอารมณ์ไว้
              ทว่าแขนข้างนี้กระตุกแรงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมบังคับหรือหยิบจับได้ อีกทั้งความเจ็บปวดเหมือนเส้นเลือดภายในแขนซ้ายกำลังจะระเบิดออกมา สร้างความเจ็บปวดแก่ชายมาดเข้มเป็นอันมาก มาร์คพยายามกัดฟันเก็บอาการปวดเอาไว้พร้อมเดินไปยังปลายเตียง ส่วนแขนที่ปวดหดเกร็ง
              มาร์คนึกถึงเมื่อสองวันก่อนขึ้นมา ช่างสร้างความเจ็บแค้นให้แก่เขาเป็นอันมาก แต่ทว่าเป็นผลร้ายความเคียดแค้นของเขากลับย้ำความเจ็บปวดทวีขึ้นจนร่างทั้งร่างของชายร่างสูงกำยำร้อนลุ่มขึ้นมาในทันที
              แม้คานีเรียผู้ตรวจจะพูดว่าไม่เป็นอะไรมาก คงเกิดจากกระแสไฟฟ้าที่ดัมมี่จักระสร้างนั้นไม่คงที่จึงปล่อยพลังงานออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ จนกลายเป็นผลร้ายแก่ตนเอง อย่างไรก็ดีจักระจุดที่หกที่มีไมโครชิบฝังไว้กลางสมองนั้นไม่ทำอันตรายแก่สมองของเขา แต่กลับเป็นจุดที่ปล่อยพลังที่อยู่กลางฝ่ามือ มันพยายามจะปล่อยออกมาจนสายส่งสัญญาณภายในแขนนั้นขยายตัวขึ้นมา
              มาร์คพยายามหายใจให้ยาวขึ้นเพื่อรับออกซิเจน และก้าวย่างยังปลายเตียงมีตู้เหล็กเล็ก ๆ ตู้หนึ่งบนตู้มีขวดแก้วใส่น้ำหนึ่งขวดฝังลงไปในเครื่องทำความเย็นสีขาวขนาดเล็ก เจ้าของห้องเลื่อนลิ้นชักออกมา เดินไปถึงตู้เหล็กเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่หลายเตียงเขาย่อตัวดึงลิ้นชักออกมา หยิบกล่องพลาสติกสีขาวเล็ก ๆ ขึ้นมา ก่อนจะเทมันลงบนตู้ เป็นยาแก้ปวดสีขาวธรรมดาหลายสิบเม็ด ด้วยมือข้างขวาสั่นระริกจากความเจ็บปวดจนเหงื่อผูดขึ้นทั่วกายจนชุ่มไปหมด
              มาร์คพยายามหยิบยาสองเม็ดใส่ปาก ก่อนจะดึงขวดน้ำจากฐานสร้างความเย็นที่ตั้งอยู่เหนือตู้ยกขึ้นมาดื่มตามทันที
              “จะปวดไปถึงเมื่อไหร่” มาร์คอุทาน เห็นว่าเมื่อสองวันก่อนคานีเรียได้ฉีดยาแก้ปวดให้ไปแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้นเลย
              มาร์คเริ่มผ่อนคลายแต่ของชายที่เขาจับตาอยู่นั้นเข้ามาในความคิด เขาไม่อาจปล่อยชายคนนี้ไว้ จะต้องรู้ว่าชายคนนี้เป็นกันแน่ มาร์คตั้งสติเดินด้วยท่าทางที่อิดโรยไปยังโต๊ะคอมพิวเตอร์อีกครั้ง เขาติดต่อไปยังเจฟเฟอร์สันทันที
              มาร์คพยายามนึกถึงภาพสุดท้ายก่อนหุ่นยนต์แมลงวันจะถูกยิง สภาพแวดล้อมที่เป็นพื้นหญ้ามีลำธาร สะพานโค้งได้ดี จึงรู้ว่าชายคนนั้นอยู่ในตำแหน่งใด
              “มีอะไร” เจฟเฟอร์สันรับ
              “ดูนี่สิ” มาร์คพูด ขณะที่กลางจอคอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า ‘Sound only’ ผู้ถามพูดพร้อมกับส่งภาพเคลื่อนไหวที่หุ่นยนต์แมลงนั้นจับไปให้ผู้สร้าง
              เจฟเฟอร์สันรับไฟล์วีดิโอที่โหลดสู่โทรศัพท์มือถือนั้น เขาเปิดดูทันที ภาพที่เห็นทำให้เขาตกใจเล็กน้อย เข้าใจเรื่องราวในภาพดี
              “เขาอยู่กลางผา หึ...” เจฟเฟอร์สันพูด กับมาร์คต่อพลาง ยิ้ม “เข้าใจแล้ว เอาล่ะตอนนี้แกอยู่ในช่วงพักฟื้น ไม่ต้องทำอะไรทางนี้ผมจัดการเอง”
              มาร์คที่ฟังอยู่ดูเหมือนเจฟเฟอร์สันจะคิดอะไรออก ด้วยน้ำเสียงสุขุมเยือกเย็นแบบนั้น ทำให้เขาสบายใจลง รวมถึงอาการปวดค่อยทุเลาลง
              “แค่นี้นะ พวกนี้ไม่ธรรมดา เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับหุ่นยนต์ของผม” เจฟเฟอร์สันกล่าวต่อพร้อมปิดโทรศัพท์ทันที
             
              ภายในห้องทำงานกลางห้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กวางบนพื้นและมือกลสำหรับเขียนวงจรอันซับซ้อนพับเก็บแนบมุมห้อง อีกทั้งเศษเหล็กชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายเกลื่อนเต็มโต๊ะจนไม่รู้ว่าชิ้นใดเป็นชิ้นใด ถัดกันนั้นเจฟเฟอร์สันโอนถ่ายวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือลงคอมพิวเตอร์เปิดดูวีดีโออีกครั้งให้แน่ชัดว่าชายในภาพนั้นคือใครอยู่ในตำแหน่งใด
              เจฟเฟอร์สันหยุดไปยังภาพสุดท้ายที่เข้ามา ชายในภาพนั้นผิวคล้ำในเสื้อกั๊กสีดำ สบตามองมายังกล้องอย่างเห็นได้ชัด แม้นักพัฒนาหุ่นยนต์จะไม่ทราบว่าเขาคือใคร แต่พลังที่เห็นนั้นคล้ายกับมาร์ค เพียงแต่เล็กมาจนเห็นเป็นเพียงจุดขาว ๆ เท่านั้นเอง
              เจฟเฟอร์สันมองลวดลายของขอบสะพานและหญ้าเงาต้นไม้และลำธาร ทำให้ทราบได้ทันทีว่าเขาอยู่กลางหุบผา คราวนี้เขาพิจารณามองฉากหลังพอเห็นตัว ซี-อาร์-อี เรืองแสงสีขาวกระพริบหากตัวอักษรถูกบังด้วยชายคนในภาพ
              “ใช่แล้ว ครีเอทีพ (Creative) ร้านครีเอทีพที่ขายเครื่องดนตรีนี่” เจฟเฟอร์สันพึมพำ แสดงว่าเขาอยู่ไม่ไกลจากร้านเวอร์โกมากนัก เมื่อเจฟเฟอร์สันทราบถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว ในฐานะเขาเป็นนักพัฒนาหุ่นยนต์ แล้วในเมืองนี้หุ่นยนต์แทบทุกชนิดชายคนนี้เคยผ่านตามาหมดแล้ว
              เจฟเฟอร์สันนึกภาพหุ่นยนต์ดูแลต้นไม้ มันคอยมองตรวจตราผู้คนที่เข้าใกล้ต้นไม้อันมีค่าสำหรับดาวดวงนี้ ทำเขาให้นึกถึงหุ่นยนต์ที่ชื่อ ‘ฮาโล’ หุ่นยนต์ดูแลต้นไม้แทบทุกต้นในเมืองนี้
              เจฟเฟอร์สันจัดการคีย์ข้อมูลเชื่อยังหุ่นยนต์ที่อยู่บริเวณนั้นทันที ไม่กี่นาที เขาก็สามารถบังคับหุ่นยนต์ ตัวนั้นได้
              หุ่นยนต์ล้อตีนตะขาบเคลื่อนตัวบนหญ้าอย่างนุ่มเนียน ถูกบังคับโดยนักพัฒนาหุ่นยนต์ จากนั้นผู้สร้างดาว์นโหลดข้อมูลของมันที่เก็บได้เมื่อครู่ทันที จอภาพเคลื่อนไหวที่ได้เคลื่อนไหวอย่างไม่รู้ทิศทางได้ แต่ผู้ควบคุมพยายามมองมัน กระทั่งเห็นชายต้องสงสัยในชุดเดียวกัน ปล่อยพลังจักรวาลเป็นแสงสีขาวยิงทำลายเป้าหมายอย่างแม่นยำ
              เจฟเฟอร์สันมองอย่างพินิจว่าชายที่หมายปองคือคนนี้แน่ ๆ แล้วชายผิวคล้ำเดินกลับย้อนกลับมาอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่มาหานั้นเป็น สุนัขหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง
              รูปร่างแบบนี้ทำให้ผู้สร้างหุ่นยนต์ประหลาดใจว่าหุ่นยนต์สุนัขตัวนั้นเคลื่อนไหวนุ่มนวลราวกับสิ่งมีชีวิต นับว่าเป็นเทคโนโลยีอันทันสมัยทีเดียว แต่เขาต้องตกใจอีกครั้งเมื่ออีกชายที่ตามมาก็คือ เลโอนาร์ดนั่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายสองคนนั้นสมรู้ร่วมคิดกัน
    December 23

    ตอนที่ 3 แผนซ้อนแผน

    ตอน แผนซ้อนแผน
     
              ยามสายพระอาทิตย์เคลื่อนตัวสูงขึ้นทุกขณะพร้อมกับความสดชื่นของทุกชีวิตบนดาวดวงนี้ ซ้ายมือไกลออกไปยังกลางหุบผาสนามหญ้าสีเขียวสดทอดตัวยาวออกไปดูสดชื่น อีกทั้งต้นสนสูงใหญ่ดูร่มรื่นข้างลำธารดูรื่นรมย์ แม้เมืองนี้จะไม่มีฤดูกาลเหมือนสภาพอากาศภายนอกโดมแต่อากาศกลับไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไปจากเครื่องทำความร้อนขนาดยักษ์ที่ช่วยปรับอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอ จนผู้คนต่างชาชินกับมัน
              บาทวิถีสีเทากว้างกว่าห้าเมตรทอดแนวยาวออกไปนับกิโล เลโอนาร์ดกับแม็กซ์เดินปะปนผู้คน ณ หุบผาฝั่งตะวันตกโดยอาจารย์จำใจมาโดยคำเชื้อเชิญของแม็กซ์นักสืบหนุ่มทั้งคู่ต่างเดินสวนทางกับผู้คนตามบาทวิถีบ้างก็เดินออกจากร้านด้านขวามือที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าร้านอาหารหลากรส แม็กซ์ที่มาเป็นครั้งแรกมองไปรอบ ๆ บ้างก็มองเข้าไปยังร้านอาหารและเครื่องดื่มชวนลิ้มลอง เขาพยายามเก็บข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่ทัศนีย์ภาพ หุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวเชื้อเชิญอยู่หน้าร้าน หุ่นบางรุ่นเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน บางตัวสีขาวนวลดูสบายตา ในใจหวังว่าคงเป็นแค่หุ่นยนต์ธรรมดาที่สร้างสีสันแก่ร้านเท่านั้น
              “ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเมืองนี้จะมีผู้คนเยอะแยะปานนี้” แม็กซ์ที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรกกล่าวพลางกวาดตาไปรอบ ๆ
              “ครับ น่าอยู่ทีเดียว” เลโอนาร์ดคล้อยตาม หากเจ้าตัวไม่ใส่ใจร้านค้าข้างทางนัก
              “เอ่อนี่ คุณไม่สงสัยเหรอว่า ทำไมผมถึงปิดบังเธอ” แม็กซ์ลองใจถาม
              “ก็คุณเป็นนักสืบไม่ใช่เหรอครับ บางเรื่องต้องปิดบังเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะ” เลโอนาร์ดตอบทันที เหมือนรู้วัตถุประสงค์ของชายคนนี้ ชายที่ตั้งคำถามเห็นพ้องด้วยดูเหมือนว่าอาจารย์คนนี้ช่างเข้าใจอะไรง่าย ๆ ดีแท้
              “แต่ผมไม่ปิดบังคุณ” แม็กซ์แกล้งถามอีกครั้ง ทำให้เลโอนาร์ดหยุดทันที
              เลโอนาร์ดมองหน้านักสืบหนุ่มก่อนจะทำด้วยท่าทีสงสัยว่า “ทำไม?”
              “บางทีเราต้องร่วมงานกันนะสิ ผมถึงได้ชวนคุณมายังไงล่ะ” แม็กซ์ตอบ
              “แล้วทำไมคุณถึงไว้ใจผมล่ะครับ?” เลโอนาร์ดย้อน
              “ก็คุณเบเนตโตบอกผมมา” แม็กซ์ตอบทันที
              “เบเนตโต?” เลโอนาร์ดงงเล็กน้อย หากเขาและชายผู้รอบรู้คนนั้นเพิ่งรู้จักกันเท่านั้นเอง “ถ้าคุณเชื่อใจ คุณเบเนตโตอย่างนั้นล่ะก็ แสดงว่าคุณรู้จักคุณเบเนตโตเป็นอย่างดีแล้วสินะครับ”
              “ใช่ครับ ผมได้ยินชื่อเขามานานจนใคร ๆ ก็ต้องเชื่อเขา สายตาของคุณเบเนตโตที่เคยพบกับผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งหลากเชื้อชาติและศาสนา มีหรือจะมองดูคนอย่างคุณไม่ออกเลยหรือครับ” แม็กซ์เดินเอี้ยวหลบตัวชายคนสูงคนหนึ่ง ในขณะที่เลโอนาร์ดเดินแลมา เหมือนจะข้องใจเล็กน้อย “แล้วเขาก็กล่าวถึงคุณว่า คุณมาปรึกษาเขาบ่อย ๆ แล้วเขาก็บอกต่อไปว่า คุณเป็นคนดีเชื่อใจได้ครับ” คำพูดของเขาทำให้เลโอนาร์ดยิ้มปริ่ม หากในใจเขาดีใจไม่น้อย แต่ในห้วงคำนึงของอาจารย์กลับหัวเราะในใจที่นักสืบหนุ่มนั้นอาจไม่ทราบว่า อาจารย์สาวที่พบในห้องพักนั่น กลับเป็นหลานสาวเพื่อนสนิทที่คุณเบเนตโตไว้ใจได้
              เลโอนาร์ดเดินนำด้วยท่าทางเงียบเหมือนคิดอะไรบางอย่าง แล้วเขาก็ตัดสินใจพูดขึ้นว่า “ผมไม่ขอเข้าไปในร้านนะครับ” ผู้พูดเห็นว่า มาร์คคงไม่อยากพบเขาเป็นแน่
              “อืม...ก็ได้ครับ ในห้องคุณเคยพูดว่าพลังเขาพอ ๆ กับคุณเลย แสดงว่าคุณทั้งสองคงไม่กินเส้นกันหรือครับ” แม็กซ์ตอบแบบคาดเดา
              “จะว่าอย่างนั้นก็ได้” เลโอนาร์ดตอบ หากเก็บความพฤติกรรมของมาร์คไว้ในใจ
              คำพูดของเลโอนาร์ดคงมีเรื่องบางอย่างที่ปิดบังอยู่ แม้นักสืบหนุ่มจะข้องใจเล็กน้อยแต่เขาไม่เอ่ยทำถามว่า ทำไม? ออกมา
              กระทั่งสามร้านถัดไปเป็นก็ถึงร้านเวอร์โก ร้านที่มาร์คเป็นเจ้าของอยู่ เลโอนาร์ดหยุดเดิน เขาบอกกับนักสืบหนุ่มทันที ก่อนที่นักสืบหนุ่มเดินเข้าร้านเพียงลำพังทิ้งให้อาจารย์หนุ่มยืนรอตามคำสั่ง ระหว่างที่รอ อาจารย์หนุ่มมองเข้าไปในร้านหนึ่งเป็นร้านคุกกี้ส่งกลิ่นหอมฉุยชวนลิ้มลองชายหนุ่มเป็นยิ่งนักจึงตัดสินใจแวะเข้าไป หวังว่าจะซื้อสักกล่อง
              แม็กซ์นักสืบหนุ่มผิวคล้ำเดินเข้ามาในร้านโดยไม่สนใจสิ่งของรอบข้าง ทั้งกล้องสวยงามภายในตู้สองข้าง กลางร้านแสดงกล้องดูดาวตัวใหญ่สีขาวและอุปกรณ์รุ่นใหม่อันสวยหรูและทันสมัย เขาเดินตรงไปยังเคาร์นเตอร์ทันที เมื่อพบกับพนักงานสาวหน้าตาดีเพียงสองคนในร้านเท่านั้น
              “สวัสดีครับ” แม็กซ์กล่าวทันที ก่อนจะทำทีหาซื้อกล้องดูดาวเขาเหลือบมองกล่องพลาสติกสีเขียวแสดงรูปกล้องดูดาวรุ่นหนึ่งข้างกล่องปรากฏตัวอักษรสีขาวแสดงรุ่นว่า TB 2125 “คุณรู้จัก กล้องดูดาวรุ่น TB 525 ไหมครับ?” เขาปดออกมา ทำให้พนักงานสาวทั้งสองมองหน้ากันว่ามีกล้องดูดาวรุ่นนี้ด้วยเหรอ
              แม็กซ์เห็นดังนั้นเขาพูดต่อทันที “อ้อ มันเป็นรุ่นเก่านะครับ เมื่อราว ๆ” แม็กซ์นึกพร้อมมองไปรอบ ๆ เขามองจอภาพติดกำแพงขนาดยักษ์เบื้องหลังพนักงานทั้งสองอีกทั้งทัศนีย์ภาพการจัดตกแต่งร้านว่าร้านนี้เป็นร้านค่อนข้างใหม่ทีเดียว “เมื่อประมาณ ห้าสิบนะครับ เอ...หรือเก่ากว่านั้นก็ได้นะครับ”
              “ค่ะ” พนักงานสาวคนหนึ่งยิ้มรับ “อ๋อ รุ่นเก่าประมาณห้าสิบปี คงไม่มีขายแล้วมั้งคะ?” เธอกล่าวอย่างเป็นกันเอง “แต่ว่ากล้องรุ่นใหม่นี่สิ ประสิทธิภาพสูงกว่ากล้องรุ่นเก่าเป็นไหน ๆ เลยนะคะ” เธอชักชวน
              “ไม่ได้สิ” แม็กซ์ทำทีท้วง “กล้องรุ่นนั้นเป็นของคุณตาผมนะครับ ท่านรักมันมาก โชคร้ายผมทำัมันพังซะแล้วน่าเสียดายจัง” แม็กซ์แสร้งทำหน้าเศร้าเสียดาย ทำให้พนักงานสาวทั้งสองต่างแสดงสีหน้าหดหู่ตาม “อ้อ คุณรู้จัก มาร์คใช่ไหมครับ” แม็กซ์แสร้งพร้อมท่าทางมีความหวัง
              “มาร์ค หรือคะ” พนักงานสาวคนหนึ่งอุทาน ทำให้เธอนึกถึงชายเจ้าของร้านศีรษะโล้นขึ้นมาทันที
              “ครับ มาร์คผมคิดว่าเขาคงพอจะทราบนะครับ” แม็กซ์ตอบเหมือนมีความหวัง
              “ค่ะ แต่...” พนักงานสาวคนหนึ่งลูบตาลง เมื่อนึกถึงสีหน้าเข้มของเจ้าของร้านที่เขาสั่งกำชับว่าหากใครมาถามหาเขาให้บอกว่าไม่อยู่ “แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ค่ะ”
              สายตาที่เธอหลบให้นั้นทำให้นักสืบหนุ่มสงสัย “อ้ออย่างนั้นเหรอครับ” นักสืบหนุ่มแสร้งทำเสียดายเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ถ้างั้น...วันหลังค่อยมาใหม่ก็แล้วกันครับ” ว่าแล้วนักสืบหนุ่มเดินกลับออกจากร้านทันที ด้วยท่าทีรีบเร่งเหมือนมีธุระด่วนขึ้นมา ทิ้งความเสียดายแก่พนักงานสาวเป็นยิ่งนัก
     
              “เฮอะ! ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร วันหลังค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน” มาร์คพูดเลียนแบบ เมื่อดูภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดผ่านคอมพิวเตอร์และไมโครโฟนที่ซ่อนอยู่ใกล้ ๆ นั้นได้ยินชัดเจน
              “TB 525 รุ่นนี้มีซะที่ไหน มันเริ่มจาก TB 1000 ต่างหาก” มาร์คอุทาน พร้อมข้องใจเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินมายังหน้าต่างปิดกระจกสะท้อนแสงจนบุคคลภายนอกไม่สามารถมองด้านในได้ มาร์คชะเง้อมองชายแปลกหน้าในชุดดำขลับมันที่กำลังเดินออกจากร้านไป ทว่าแม็กซ์หยุดตรงหน้าร้านก่อนจะแหงนหน้ามองชั้นสองของร้านอย่างสงสัย มาร์คตกใจเบี่ยงตัวหลบจากหน้าต่างทันที ชั่วอึดใจมาร์คยืนหลังกำแพงค่อย ๆ เอียงตัวลอบมองหน้าต่างลงไปอีกครั้ง เมื่อเห็นชายต้องสงสัยเดินจากไป
              ด้วยความสงสัยของมาร์ค เขาจำเป็นต้องใช้ หุ่นยนต์สปายของเจฟเฟอร์สันซะแล้ว ว่าแล้ว แม็กรีบเดินไปเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ขึ้นมาอย่างเร็ว คว้ากล่องสีน้ำเงินเล็ก ๆ ใบหนึ่งขึ้นมาเปิดมันทันที ข้างในมีหุ่นยนต์ขนาดแมลงขนาดหนึ่งเซนติเมตร ฝังลงช่องเล็ก ๆ อีกทั้ง เครื่องควบคุมขนาดเล็ก
              มาร์คเปิดสัญญาณ พร้อมกับเปิดโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ เครื่องควบคุมขนาดเล็กส่งไปยังคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงผลกล้องที่ติดตัวแมลงได้ขัดเจน  มาร์คอุปกรณ์คร่าว ๆ ดูเหมือนจะไม่มีปัญหา มาร์คแง้มหน้าต่างออกเล็กน้อยก่อนส่งหุ่นยนต์แมลงวันขนาดหนึ่งเซนติเมตร มันบินราวกับสิ่งมีชีวิตที่ได้รับอิสรเสรี
              มาร์ครีบไปยังโต๊ะประจำตัวทันทีเพื่อควบคุมมัน ภาพเคลื่อนไหวในมุมสูงเผยหลังผู้เสื้อกั๊กสีดำ มาร์คเห็นเป้าหมายจึงบินเข้าไปใกล้ ในระยะสามเมตรเป้าหมายกลับหยุดกะทันหัน
              ภายใต้ถุงสีดำข้างขวาของแม็กซ์สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือน รู้ดีกว่ามีข้อความบางอย่างส่งเข้ามา แม็กซ์ล้วงเข้าหูฟังเข้าตรงกระเป๋าอกด้านซ้ายขึ้นมาเกี่ยว
              “มีหุ่นยนต์ขนาดเล็กประมาณหนึ่งเซนติเมตรติดตามคุณไป” เป็นเสียงแปร่งกระด้างดั่งหุ่นยนต์
              “เข้าใจแล้ว” นักสืบหนุ่มตอบสั้น ๆ เมื่อเจอเหตุการณ์นี้เกรงว่าหุ่นยนต์จิ๋วจะดักฟัง ว่าแล้วชายหนุ่มตัดสินใจล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกางมันออก กดรหัสประจำตัว ก่อนที่จะกดส่งข้อความอย่างคล่องแคล่วก่อนจะยัดมันเข้าที่เดิม
              ทันทีที่นักสืบหนุ่มเดินผ่านร้านขายคุกกี้ เลโอนาร์ดเลือกซื้อคุกกี้ภายในร้านสังเกตเห็นเข้าจึงตามแม็กซ์ทันที ทิ้งความอยากและกลิ่นหอมหวนไว้เบื้องหลัง เลโอนาร์ดเดินไปหาเบียดผู้คนที่เข้ามาร้าน สายตาของอาจารย์หนุ่มมองเขาไม่ให้คลาด แต่แม็กซ์กลับเดินห่างออกไปทุกที ทำให้อาจารย์หนุ่มรู้สึกว่าชายคนนี้เอาแต่ใจตัวเองยิ่ง แต่เขาก็พยายามเดินเบียดผู้คนเฉี่ยวชนจนหลายสบตามองอย่างเคือง ๆ
              ทันทีที่เลโอนาร์ดเข้าใกล้นักสืบ กลับต้องหยุดเมื่อมีบางสิ่งฉุดขาเอาไว้ เลโอนาร์ดเหลือบมองต่ำลง เห็นสุนัขหุ่นยนต์สีขาวนวลใช้ปากคาบดึงขอบกางเกงเอาไว้ ทำให้อาจารย์หนุ่มแปลกใจ หน้ากากส่วนหัวของมันกาง เผยจอคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กทำให้ผู้มองแปลกใจย่อตัวดูใกล้ ๆ
              เลโอนาร์ดมองมันอย่างสงสัย กลับต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อข้อความนั้นปรากฏว่า ตอนนี้แม็กซ์กำลังถูกติดตาม เลโอนาร์ดเห็นดังนั้นก็เปลี่ยนสีหน้านิ่งปกติ ตามสแน็ปเปอร์ไป แม็กซ์ เลโอนาร์ดอ่านข้อความที่ปรากฏ ว่าแล้วจอคอมพิวเตอร์เลื่อนปิดลง
              หุ่นยนต์สุนัขหันกลับ พร้อมเลโอนาร์ดลุกยืน มันวิ่งเหยาะ ๆ นำอาจารย์หนุ่มเดินเร็วตามอยากรู้มันกำลังไปไหน ทว่ามันหยุดที่ร้านเวอร์โก ตามความคาดหมายของอาจารย์หนุ่ม
              เลโอนาร์ดลังเลเล็กน้อยเกรงว่ามาร์คที่จ้องจะจับผิดอาจรู้ตัว แต่หุ่นยนต์สุนัขแหงนหน้าขึ้นไป นัยน์ตาจับความร้อนของมันทำงาน พร้อมกับตรวจหาตำแหน่งที่เหมาะสม ชั่วอึดใจหน้ากากส่วนหัวของมันกางขึ้น พร้อมกับปืนลำกล้องขนาดเล็กมันเล็งไปยังหน้าต่างกล้องจิ๋วยิงออกไปติดกระจก ภายนอกกล้องเห็นเพียงก้อนยางสีเทาธรรมดาเท่านั้น
              จากนั้นมันวิ่งออกห่างพร้อมกับเลโอนาร์ดที่คอยตามมันไม่ห่างแม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับการติดกล้องแอบมองเท่าไหร่
     
              แม็กซ์คาดการณ์ว่าเลโอนาร์ดคงพบกับสแน็ปเปอร์แล้ว เขาตัดสินใจเดินข้ามไปอีกฟากของผาโดยเห็นว่าอีกฟากหนึ่งเป็นแหล่งบันเทิงค่อนผู้คนมากกว่าในเขตนี้ แม้ว่าจะเป็นเวลาสิบนาฬิกาตามเวลาโลก นักสืบหนุ่มหยุดกลางสะพานที่ขั้นกลางหุบผากะทันหัน เมื่อเห็นว่าบริเวณนี้ไม่มีผู้คนเดินผ่าน เขารู้ดีว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง “ไม่เข้าถ้ำเสือหรือจะได้ลูกเสือ” แม็กซ์พึมพำ
              มาร์คที่ควบคุมหุ่นยนต์แมลงหยุดตาม อย่างสงสัย ทว่าชายชุดดำผิวคล้ำหันกลับมา ก่อนจะแหงนหน้าจ้องมองแมลงที่บินสูงขึ้นไปสามเมตร ทำเอามาร์คตกใจยิ่งที่ชายคนนั้นจ้องเขม็งมาแสยะยิ้มราวผู้ชนะ
              นักสืบหนุ่มชูนิ้วชี้ข้างขวาขึ้น ขณะที่มาร์คมองจอคอมพิวเตอร์อย่างสนใจ ปลายนิ้วชี้ปรากฏแสงสีขาวอมฟ้าลูกเล็ก
              “อะไรกัน! นี่มันพลังจักรวาล” มาร์คสบถเมื่อเห็นแสงนั่น

    ตอนที่ 2 สาเหตุของนักสืบหนุ่ม

    ตอน สาเหตุของนักสืบหนุ่ม
     
              “เชิญนั่งครับ” เลโอนาร์ดเจ้าของห้องกล่าวต้อนรับหากเจ้าตัวเดินไปยังโต๊ะของตัวเองก่อนจะวางโน้ตบุ๊กของตัวเองบนเก้าอี้อย่างนิ่มนวล แม็กซ์เดินไปยังโต๊ะสีเงินตัวใหญ่กลางห้องก่อนดึงเก้าอี้เหล็กที่ชิดอยู่ออกมานั่ง
              ห้องสีขาวสะอาดดูเรียบร้อยภายใต้แสงสีขาวจากดวงอาทิตย์ส่องลอดหน้าต่างมายังห้อง มีเพียงนักสืบหนุ่มกับอาจารย์หนุ่มเท่านั้น นักสืบหนุ่มที่เพิ่งมาดาวอังคารเป็นครั้งแรกมองผ่านโต๊ะของมาลิลีนออกไปยังนอกหน้าต่างบานใหญ่ ก็ทราบได้ดีว่าเมืองนี้ใหญ่ไม่ใช่น้อยเมื่อความสูงของผาทั้งสองข้างกับร้านค้าบ้านและผู้คนเดินกันตามบาทวิถีพลุกพล่านอยู่เต็มไปหมด
              เลโอนาร์ดนั่งลงเก้าอี้ประจำตัวเห็นนักสืบหนุ่มนั่งนิ่งมองออกหน้าต่างมองทิวทัศน์เบื้องนอก ทำให้อาจารย์หนุ่มนึกถึงภาพที่มองออกไปเป็นครั้งแรกได้ดี “ถ้าคุณมาที่นี่เป็นครั้งแรกก็ คุณคงไม่ต่างจากผมนะครับ ว่าเมืองนี้น่าอยู่เพียงใด”
              “แต่ผมอยู่ที่นี่ไม่นานเท่าใดนักหรอก เพราะผมมาที่นี่เพราะงาน” แม็กซ์ผละจากทิวทัศน์นอกหน้าต่างหันมายังอาจารย์หนุ่มที่ตั้งใจฟัง “คุณพอจะทราบเรื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงดาวไหมครับ?”
              “แน่นอนครับ หรือเรียกอีกอย่างว่า ออโรร่า” เลโอนาร์ดเสริมทันที
              “แต่คุณรู้ไหมว่าทุกวันนี้มันมีมากขึ้นทุกที” แม็กซ์พูดต่อ ทันทีที่เขากล่าวจบเลโอนาร์ดมองหน้าอย่างสงสัย
              “อย่างนั้นเหรอครับ” เลโอนาร์ดสงสัยพลางใช้ความคิด เมื่อเขานึกถึงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาดูเหมือนจะไม่ใหญ่โตอะไรมากเมื่อสองวันก่อน ภาพที่ข่าวนำเสนอนั้นแสดงออโรร่าสีเขียวขาวกระจายอ่อน ๆ เต็มท้องฟ้า “อ๋อ...ใช่เคยได้ยินข่าวมาบ้างว่าแสงออโรร่ามันมากขึ้นจนทำรบกวนคลื่นวิทยุทำให้สัญญาณจากโลกถึงดาวอังคารนี้ขาดได้ขาดหายไป”
              “ใช่แล้วครับ” แม็กซ์ตอบ
              “แต่ก็ไม่เห็นแปลกนี่ครับ” แต่เลโอนาร์ดยังข้องใจไม่หาย
              “ไม่แปลกอย่างนั้นเหรอ” แม็กซ์ท้วงทันทีเมื่อเลโอนาร์ดทำหน้าเบ้ “ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เกิดการขัดข้องมาถึงยี่สิบแปดครั้ง หรือประมาณเดือนละสองครั้งเลยทีเดียว บางคนก็คิดว่าเป็นเพราะพายุสุริยะเห็นว่าเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ระบบคลื่นวิทยุหรือระบบถ่ายทอดผ่านดาวเทียมก็ติดขัด ระบบอินเตอร์เน็ตชะงักไป ตลอดจนโทรศัพท์จากโลกก็มีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนบ่นกันไปทั่ว”
              “น่าตกใจอยู่เหมือนกันครับ แต่ว่าคุณมาปรึกษาผมทำไมเหรอครับ เพราะผมเป็นเพียงแค่อาจารย์สอนวิชาพลังจักรวาลเท่านั้น” เลโอนาร์ดสงสัยถามต่อ
              “ก็เรื่องออโรร่านี่แหละ” แม็กซ์เข้าประเด็นก่อนจะดึงหลังที่พิงพนักตั้งตรงกลับมาท้าวศอกแทนสีหน้าของเขาดูจริงจังยิ่งจนเลโอนาร์ดฟังอย่างตั้งใจ “ออโรร่าหรือแสงเหนือแสงใต้ที่ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารของมนุษย์นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาก็จริง แต่ออโรร่าบนดาวอังคารแห่งนี้กลับมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ขณะนี้จะไม่เข้มข้นจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่หากใช้คอมพิวเตอร์ตรวจวิเคราะห์ดู มันก็แผ่ขยายมากขึ้นจนสามารถครอบคลุมพื้นที่พอ ๆ ขั้วโลกเหนือเลยทีเดียว และอาจเป็นปัญหาใหญ่ต่อระบบสื่อสารในอนาคตก็เป็นได้ครับ”
              เลโอนาร์ดยังทำหน้าสงสัยอยู่
              “แล้วถ้าออโรร่านั้นเกิดจากพลังจักรวาลล่ะ” แม็กซ์เจาะลึกลงไป
              “แล้วไงครับ? มันก็เกิดจากพลังจักรวาลนี่ครับไม่เห็นแปลกเลย” เลโอนาร์ดถามยังสงสัย
              “ครับไม่แปลกถ้าเป็นฝีมือของธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นฝีมือของมนุษย์ล่ะ”
              “ไม่ ๆ เป็นไปไม่ได้” เลโอนาร์ดส่ายหน้าไม่เชื่อเด็ดขาดว่าใครจะมีพลังมากมายขนาดนั้นที่จะสร้างออร่าขนาดนั้นได้ “หึ...” เลโอนาร์ดทำทียิ้มเล็ก ๆ “คุณพูดเล่นหรือเปล่า คงไม่มีใครที่สร้างพลังจักรวาลขนาดนั้นได้หรอกครับ”
              “ขึ้นต้นว่ามนุษย์มักทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้เสมอนะครับ คุณเลโอนาร์ด ผมเป็นนักสืบนะครับ เจอเรื่องที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอใครจะคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้” แม็กซ์สบตาเขาอย่างมั่นใจ ทำให้เลโอนาร์ดฉุกคิดถึงคริสโตเฟอร์ทันที
              “คริสโตเฟอร์” แม็กซ์กล่าวลอย ๆ ออกมาเหมือนรู้ความคิดของอาจารย์หนุ่ม “พลังจักรวาลเขามากทีเดียวใช่ไหมล่ะครับ หากปล่อยพลังจักรวาลออกมาจริง ๆ คุณและผมก็ต้านเขาไม่อยู่”
              “คุณรู้ได้ยังไง?!!” เลโอนาร์ดกล่าวอย่างตกใจ
              “ไม่เห็นยากเลย เด็กอายุสิบกว่าปีจะเรียนถึงชั้นปริญญาโทได้ ที่ดาวอังคารไม่มีใครไม่รู้จัก ผลพวงจากพลังจักรวาลเสริมสร้างพลังจิตและกระแสไฟฟ้าชั้นสูงของเขาไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมครับคุณเลโอนาร์ด” แม็กซ์ย้อนถามอย่างใจเย็นคาดว่าอาจารย์ผู้สอนเคยปะทะพลังของเด็กคนนี้มาแล้วเป็นแน่
              “ครับ” เลโอนาร์ดตอบสั้น ๆ หากเขาไม่อยากเอ่ยถึงประสบเหตุการณ์อันขมขื่นของเด็กน้อยที่ผ่านมา คำพูดเกี่ยวกับบอลพลังจิตของแม็กซ์ทำให้เขานึกถึงบอลที่สูงกว่าสองเมตรถูกสร้างภายในไม่กี่วินาทีแล้วนั้น หากไม่เห็นกับตาตัวเองย่อมไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาด จากเหตุกาณ์ที่ทำให้ร้านทั้งร้านพังแทบไม่มีชิ้นดีภายในพริบตา แน่นอนว่าหากเรียกพลังออกมามากกว่านี้ย่อมทำได้เป็นแน่
              “คุณเลโอนาร์ด” แม็กซ์เรียกด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากผู้ถูกเรียกไม่ตอบ “คุณเลโอนาร์ด” เขาเรียกอีกครั้งหากเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้ถูกเรียกใจลอย
              “ครับ” เลโอนาร์ดตอบกลับเมื่อหลุดจากภวังค์ “ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงว่าเด็กคนนั้นมีพลังสูงแถมคุณชนิดที่ว่าคุณก็เทียบเขาไม่ได้เลย”
              “หึ ไม่เห็นยากเลยนี่”
              ระหว่างที่ชายหนุ่มทั้งสองกำลังปรึกษากันนั้นประตูอัตโนมัติเปิดออกแสงสว่างกระทบหลังนักสืบหนุ่มทำให้เขาใช้หางตาแลข้ามไหล่ยังคนที่เข้ามา แสงเงารูปร่างอันสมส่วนอรชรเหมือนเป็นร่างหญิงสาวทำให้นักสืบหนุ่มลุกยืนแล้วมองเธออย่างเชยชม
              ทันทีที่เลโอนาร์ดจะกล่าวทัก แม็กซ์ชิงเอ่ยก่อน “ผมแม็กซ์ เอฟ ไอเดนท์ครับ” เขากล่าวอย่างสุภาพพร้อมกับยื่นมือขวามา “ผมเป็นเพื่อนของเลโอนาร์ดครับ” คำพูดแสดงความสนิทสนมทำให้เลโอนาร์ดไม่กล้าขัดหากใจเขาเคืองเล็กน้อย แต่ไม่แสดงอาการขัดขืนมากนัก
              มาลิลีนที่ยืนงงเล็กน้อย ส่งมือมาจับอย่างจริงใจ “อ้อค่ะ ดิฉันมาลิลีน ชูเมคเกอร์ค่ะ” เธอมองชายแปลกหน้าผิวคล้ำริมฝีปากหนาเล็กน้อยยิ้มรับราวกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน นัยน์ตาสีดำสนิทสบตาอย่างอิ่มเอิบ
              “นอกจากความสวยของคุณ ออร่าคุณก็ยังสวยอีกด้วย” แม็กซ์มองหน้าเธออย่างชื่นชมเมื่อหางตาเรียวงามงอนนัยน์สีน้ำตาลสดใสเป็นประกายของเธอสบตานักสืบหนุ่ม ทว่าอาจารย์สาวยืนนิ่งเหมือนตั้งตัวไม่ถูก แม็กซ์จึงหันคุยยังเลโอนาร์ดก่อนจะกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงอิ่มเอิบอันมีชีวิตชีวาเมื่อเห็นสาวสวยตรงหน้า “ไม่นึกเลยว่าเลโอนาร์ด นายจะมีเพื่อนสวยขนาดนี้ นี่ถ้ามองไม่เห็นด้วยตาตัวเองผมไม่เชื่อเลยนะว่าเรื่องที่นายคุยไว้เป็นเรื่องจริงสินะ” นักสืบหนุ่มพูดต่อทันที เพื่อรวบรัดตัดตอนทำทีตีสนิทจนเลโอนาร์ดเข้าไปขัดไม่ทัน
              “คุณมาลิลีน ชูเมคเกอร์ ผมเคยได้ยินชื่อคุณนานไม่นึกเลยว่าจะได้พบตัวจริง จะมีวัตถุจากฟากฟ้าใดจะรอดพ้นสายตาคุณไปได้”
              “เอ่อ ค่ะ...” มาลิลีนยิ้มแห้ง ๆ อ้ำอึ้งกับชายแปลกหน้า “อ้อ ฉันขอตัวเก็บโน้ตบุ๊กก่อนนะคะ”
              “อ้อขอโทษครับ” แม็กซ์ที่ยืนขวางทางเธอ ผละมือจากเธอก่อนจะหลีกทางให้เธอไป มาลิลีนเดินทางนักสืบหนุ่ม ปลายผมยาวปรกไหล่ที่ต่อมาสยายเป็นเงางามพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอโชยเต๊ะจมูกนักสืบหนุ่มทำให้เขาสูดกลิ่นอันหอมหวนเข้าไปเต็มปอด พร้อมวิเคราะห์กลิ่นที่อันคุ้นเคย ภาพในความทรงจำก็ผุดขึ้นทันทีเป็นกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงที่เสียชีวิตคนหนึ่งในคดีที่เขาเคยทำ “สมเป็นนางฟ้าจากดาวอังคาร ไม่สิจากสรวงสวรรค์ แองเจิล พาราไดซ์”
              ทันทีที่เขากล่าวจบมาลิลีนหยุดนิ่งชั่วครู่ตรงหน้าโต๊ะของเลโอนาร์ดที่มองเธอไม่ปริปากเมื่อชายแปลกหน้าแค่สูดกลิ่นถึงกับเอ่ยชื่อน้ำหอมที่เธอใช้อย่างถูกต้อง แล้วเธอก็เดินตรงไปยังโต๊ะของเธอ แล้ววางโน้ตบุ๊กอย่างเบา ๆ ก่อนจะดึงเก้าอี้ที่ชิดกับโต๊ะออกมานั่งก่อนคอมพิวเตอร์กลางโต๊ะจะเปิดอ้าขึ้นมา
              “ออร่าของฉันเป็นยังไงคะ?” มาลิลีนถามขึ้นเมื่อเธอไม่เห็นชายคนนั้นสวมแว่นตาเกอร์เลียนเลยแต่กลับทราบถึงออร่า
              “การสัมผัส” แม็กซ์ตรองจากประสบการณ์ “สัมผัส ออร่าจากฝ่ามือของคุณ โดยเฉพาะกลางอุ้งมือของคุณนั้นอบอุ่นและเข้ากับจักระได้ทุกจุด มันเป็นจักระพื้นฐานแต่สำคัญยิ่ง จักระขาวบริสุทธิ์ จักระสีขาว แต่จากการความรู้สึกที่ผมสัมผัสได้นั้นไม่กี่วินาทีความรู้สึกนั้นก็หายไปแสดงว่าคุณฝึกมันประมาณหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น” ข้อสันนิฐานของแม็กซ์นั้นถูกต้องทุกประการหากเธอเงียบไม่ตอบ แล้วนักสืบหนุ่มอธิบายต่อ “จักระสีขาวของคุณกับบุคลิกของคุณช่างเข้ากันจริง ๆ เลยนะครับ เข้มแข็งกระฉับกระเฉงมั่นใจในตัวเอง แต่แฝงด้วยความอ่อนโยน และจริงใจ และที่สำคัญการปกป้องและรักษาไม่มีสิ่งใดที่จะคู่ควรกับจักระสีขาว จักระแห่งการรักษาไปได้ รวมถึงนักเทหวัตถุวิทยาอย่างคุณแล้ว จะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์จากอวกาศที่มักมีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาสิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ในตัวคุณใช่ไหมครับ คุณมาลิลีน ชูเมคเกอร์”
              เมื่อแม็กซ์อธิบายจบ เลโอนาร์ดที่ฟังอย่างตั้งใจนึกถึงภาพที่เขาพบกับนักสืบผู้นี้ยามอยู่ที่หน้าห้องเรียนที่เขาแอบขยับตัวชนคริสโตเฟอร์ “ถ้าอย่างนั้นที่คุณจงใจชนคริสโตเฟอร์ในตอนนั้นก็อยากลองสัมผัสออร่าของเขาใช่ไหมครับ คุณแม็กซ์”
              “นี่ เลโอนาร์ด เรียกแม็กซ์เฉย ๆ ก็ได้” นักสืบหนุ่มตัดพ้อ “มิน่า ผมถึงไม่อยากจะเป็นอาจารย์เท่าไหร่ชอบพูดเป็นทางการอยู่เรื่อย โดยเฉพาะท่าทางสุภาพเรียบร้อยแบบนั้นทำให้เราสองคนไม่ดูจะไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่เลยนะ”
              “แล้วคุณทำอาชีพอะไรล่ะ” มาลิลีนถามขึ้น
              “เขาเป็นนัก...” เลโอนาร์ดตอบแทน
              “ผมเป็นนักธุรกิจครับ” แม็กซ์พูดแทรกพร้อมเปล่งเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงเลโอนาร์ด “ก็แค่ร้านเล็ก ๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬาน่ะครับ ผมเห็นว่าเมืองนี้ไม่ค่อยมีใครสนใจกีฬาสักเท่าไหร่ ต่างจากโลกมากทีเดียว ก็คิดว่าจะตั้งร้านนี้พร้อมกับสนามกีฬาเล็ก ๆ อย่างเทนนิส โบว์ลิง สักแห่งน่ะครับ” คำอธิบายของเขาทำให้เลโอนาร์ดไม่กล้าขัด หากฟังอย่างงุนงงว่าชายคนนี้มาไม้ไหนกันแน่
              “ก็ดีนะสิคะ แต่ว่าคุณเรียนวิชาพลังจักรวาลไปทำไม?” มาลิลีนถามต่อ
              “ก็วิชานี้มันสอดคล้องกับมนุษย์ยังไงล่ะ กีฬาก็มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ต้องใช้พลังจักรวาล กำลังกาย และเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ร่างกายใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
              “ใช่แล้วครับ” เลโอนาร์ดเห็นด้วย “บางทีมนุษย์ที่ไม่ได้ฝึกจะถูกใช้ไปโดยไม่รู้ตัว และถ้าหากฝึกพลังจักรวาลนี้จะช่วยให้ร่างกายบาดเจ็บน้อยลง ลดอุบัติเหตุจากกีฬาได้ครับ”
              “อ้อ แล้วคุณล่ะฝึกไปเพื่ออะไรครับ” แม็กซ์ถามกลับบ้าง
              “อืม...” มาลิลีนลังเล “เพราะอยากรู้มั้งค่ะ เมื่อเห็นคุณเลโอนาร์ดทำก็อยากจะลองฝึกดูก็เท่านั้นเอง”
              “อ้อ แสดงว่าเลโอนาร์ด นายเปิดจักระให้เธอนะสิ?” แม็กซ์มองหน้าอาจารย์หนุ่ม หากเขาไม่ตอบแสดงถึงยอมรับคำถามนั้น “แหมมาไม่ถึงเดือนนอกจากนักศึกษาในห้องแล้วก็มีหญิงสาวตรงหน้าอีกคน” คำพูดของแม็กซ์ทำให้เลโอนาร์ดรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที เหมือนเขาจะทราบประวัติของตัวเองมาบ้าง
              แม็กซ์ทำทีสอบสวนเขาต้องทราบว่าในเมืองนี้มีใครที่มีพลังจักรวาล แม็กซ์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมายังโต๊ะเลโอนาร์ด ที่อาจารย์หนุ่มมองหน้าเมื่อเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไป “เลโอนาร์ด” แม็กซ์ทำเสียงจริงจังจนผู้ถูกเรียกตั้งใจฟังคำถาม “นอกจากนักศึกษาที่คุณสอน คุณมาลิลีนแล้วยังมีใครที่ใช้พลังจักรวาลอีกไหมครับ?”
              “ครับ” เลโอนาร์ดตอบรับ “เท่าที่ผมทราบ ก็คือมาร์ค ก็ใช้พลังจักรวาลได้ดีพอ ๆ กับผม” เลโอนาร์ดตอบสั้น ๆ หากเขาไม่ยังไม่ค่อยไว้ใจชายคนนี้เท่าที่ควร
              “มาร์คเหรอ?” แม็กซ์อุทานเบา ๆ
              “ส่วน...เจฟเฟอร์สัน การีฟ ซึ่งเป็นพ่อของคริสโตเฟอร์ การีฟ เด็กอัจฉริยะคนนั้น เขาพูดถึงพลังจักรวาลราวกับผู้ที่รู้จักพลังนี้ดี แต่เขาไม่ได้ฝึกพลังจักรวาลครับ” แต่คนสุดท้ายเลโอนาร์ดปิดบัง ก็คือ คริสโตเฟอร์ ซาน
              “มาร์ค เขาเป็นใครกัน?” แม็กซ์ย้ำถามอีกครั้ง ทว่าทำให้เลโอนาร์ดลังเลเล็กน้อย
              “ผมไม่ค่อยรู้จักชายคนนี้หรอกนะครับ ก็แค่เจอกันไม่กี่ครั้งเอง” เลโอนาร์ดบอกปัดทันที โดยเฉพาะเขาไม่อยากให้แม็กซ์ถามเซ้าซี้จนเขาเริ่มรำคาญแต่ก็ไม่แสดงสีหน้าออกมามากนัก
              “โอเค ถ้าคุณไม่รู้” แม็กซ์ นักสืบกระหายใคร่รู้ขึ้นมา “เอาล่ะไปกันเลย เราจะไปหามาร์คคนที่คุณพูดถึงกัน” แม็กซ์รีบร้อนเดินอ้อมโต๊ะไปยังเลโอนาร์ดก่อนจะเอามือเกาะไหล่อาจารย์หนุ่มที่มองกลับมาสายตาของแม็กซ์บอกให้ชวนไปเดี๋ยวตอนนี้เลย
              “แต่ ผมขอเตรียมงานสอนหน่อยนะครับ” เลโอนาร์ดปฏิเสธ ไม่อยากไปเท่าไหร่
              “เอาน่า...” แม็กซ์ยืนกรานดูสีหน้าเลโอนาร์ดเหมือนไม่อยากไป เขารู้ดีกว่าอาจารย์คนนี้แสร้งปัดเรื่อง “พรุ่งนี้ผมจะเป็นผู้ช่วยสอนให้เองไม่ต้องกลัว ผมก็เรียนวิชาพลังจักรวาลนะครับ” แม็กซ์กล่าวจบเขาโน้มกายเข้าใกล้เลโอนาร์ด แล้วกระซิบต่ออย่างเบา ๆ เพื่อไม่ให้มาลิลีนที่กำลังทำงานอยู่ได้ยิน “ถ้าช้าอาจเป็นอันตรายถึงเมืองนี้ก็เป็นได้ ผมจะสืบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด”

    ตอนที่ 1 พลังของหิน

    ตอน พลังของหิน
     
              หลังจากเหตุการณ์อันไม่คาดฝันที่ทำให้ร้านขายขนมปังอันเก่าแก่พังทลายไม่มีชิ้นดีนั้นจนมีข่าวกระจายไปทั่วว่านี่เป็นเพราะไฟฟ้าลัดวงจรจากโรงจ่ายพลังงานไฟฟ้าที่ตั้งมานานกว่าร้อยปี ซ้ำยังขาดการเอาใจใส่ ความลับอันดำมืดนั้นมีเพียงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น พวกเขารู้ดีว่าหากปริปากไปคงจะเป็นผลร้ายแก่คริสโตเฟอร์แน่ ๆ โชคดีที่มาลิลีน ชูเมกเกอร์คนดังและเป็นที่นับน่าถือตาก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เธอช่วยไกล่เกลี่ยเหตุการณ์นี้ได้อย่างรอบคอบว่าเรื่องนี้เกิดจากอุบัติเหตุจากแผงวงจรชำรุดจนเกิดประกายไฟ แม้ไม่มีหลักฐานชัดแจ้งนัก แต่ทุกคนก็เชื่อในคำพูดของเธอ
              อีกทั้งคุณเบเนตโตเองออกปากเองว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว เขาเอ่ยปากสั่งอุดช่องว่างนั้นไปเหมือนให้เหมือนเดิมส่วนเศษเหล็กที่กระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนั้นถูกเก็บกวาดออกไปในทันทีโดยไม่มีใครทราบว่าอุปกรณ์อันทันสมัยนั้นคืออะไร ไปจนถึงช่วยจัดแจงจ้างคนงานเก็บเศษซากร้านค้าให้เรียบร้อยภายในวันเดียวทุกอย่างก็เป็นปกติ แล้วร้านเดิมถูกบูรณะอีกครั้ง โดยคุณเบเนตโตชายชราผู้ใจดีที่มากทรัพย์ เขาเห็นว่าร้านนั้นเป็นร้านเก่าแก่และเขาเองก็เคยรับประทานที่นี่อยู่บ่อยครั้งเมื่อยี่สิบปีก่อน จนชายเจ้าของร้านกลายเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งที่เขาคุยกันอย่างถูกปากถูกคอเมื่อแวะมาบริการ จากทรัพย์สินเงินทองของเบเนตโตเขาเป็นเพียงแค่ชายชราคนหนึ่งแค่รอวันตายเท่านั้นเอง จึงไม่สนใจในคุณค่าของเงินตรามากนักหากเพื่อนที่ดีของเขาได้สูญเสียร้านอาหารที่เขารักไปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
              ในวันแรกของสัปดาห์เลโอนาร์ดตื่นขึ้นจากเตียง เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนได้ ในตอนที่มาลิลีนออกมารับหน้าแทนนั้นเขาแทบจะไม่ได้เอ่ยปากแก้ตัวเลย หากเธอรับสถานการณ์แทบทุกอย่างจนทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวไปบ้าง อย่างไรก็แล้วแต่ ในฐานะเธอเป็นที่รู้จักและทุกคนก็เชื่อใจเธอเขาคงจะทำไม่ได้แน่หากไม่มีมาลิลีน
              เลโอนาร์ดเดินเข้าห้องน้ำ แล้วใบหน้ามาลิลีนก็ผุดขึ้นมาในความคิดทำให้เขารู้สึกว่าไม่อยากจะสู้หน้าเธอเท่าใดนัก อย่างน้อยก็รู้ว่ากำลังใจ จากคนใกล้ชิดนั้นมีพลังเพียงใด เลโอนาร์ดให้กำลังใจตัวเองเมื่อ เขานึกถึงภาพของมาลิลีนกำลังโอบไหล่คริสโตเฟอร์ราวกับมารดาอุ้มลูกอย่างทะนุทะหนอมโดยหลับฝันถึงหญิงที่เขาไขว่คว้าหามาทั้งชีวิต
              “เธอจะมาหาคุณ...”
              เธอจะเคียงข้างคุณ...”
              แล้วเธอจะไม่จากคุณไปอีก...”
              “ตลอดกาล”
              เขายังจำคำพูดของมาลิลีนได้ดี เขาไม่นึกไม่ฝันว่ามาลิลีนคนนี้จะเชื่อบางอย่างที่เธอมองไม่เห็นบางทีหญิงคนนี้อาจสัมผัสความรู้สึกของบุคคลรอบข้างได้ก็เป็นได้นะ “จินตนาการช่างล้ำลึกจริง ๆ”
              เลโอนาร์ดเดินออกจากห้องน้ำแล้วแต่งตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเหลือบดูนาฬิกาเรืองแสงสีน้ำเงินสะดุดตาอยู่กลางโต๊ะแสดงเวลา เจ็ดโมงสามสิบนาที
     
              แปดโมงตรงนักศึกษาหกสิบคนพร้อมหน้าพร้อมตากันภายในห้อง เช่นเคยเสียงคุยกันดังไปทั่วโดยเฉพาะข่าวการระเบิดของร้านขายขนมปังทางด้านหลังของมหาวิทยาลัย นักศึกษาบางคนก็เสียดายเมื่อวันนี้เขาไม่ได้กินขนมปังของร้านนี้ดูเหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่างในการดำเนินชีวิตไป ส่วนเออร์วินเดินเข้ามายังห้องด้วยสีหน้าอิดโรยเล็กน้อย ด้วยท่าทางครึ่งหลับครึ่งตื่นเดินค่อมตัวเข้ามาท่ามกลางสายตาที่แปลกประหลาดของเพื่อนฝูง ซึ่งปกติเขามักจะทักทายวิวส์อย่างเสียงดัง หากวันนี้เขาไม่สบตาใครเลยสักคน เออร์วินหย่อนตัวลงเก้าอี้แถวหน้าอย่างหมดแรงพร้อมอ้าปากหาวกว้างอย่างเกียจคร้านเป็นที่สุด
              ไม่ถึงนาทีเลโอนาร์ดอาจารย์ผู้สอนก็เข้ามา พร้อมกับทุกคนเปิดโน้ตบุ๊กบันทึกข้อความเช่นเคย “สวัสดีทุกคน เป็นไงบ้างหยุดเรียนไปสองวัน หวังว่าจักระที่คุณฝึกจะกล้าแข็งขึ้น ใช่ไหมเออร์วิน” อาจารย์กล่าวอย่างมีชีวิตชีวา กลับต้องหยุดแปลกใจเมื่อเออร์วินดูเฉื่อยชา
              “คุณเออร์ิวินเป็นอะไรไป ไม่สมเป็นคุณเลยนะ”
              “ไม่เป็นไรครับ” เออร์วินบอกปัดไป เลโอนาร์ดเข้าเรื่องทันที เพื่อรักษาเวลา
              “พลังจักรวาล นอกจากจักระแล้ว” เลโอนาร์ดกล่าวอย่างหนักแน่น เพื่อให้นักศึกษาคิดตาม “ทุกคนคงทราบดีกว่าจักระที่ทุกคนใช้อยู่นั้น มันสร้างพลังออร่าได้ใช่ไหมครับ”
              “แล้วนี่ล่ะ” เลโอนาร์ดพูดจบพร้อมกับกดปุ่มเปิดโน้ตบุ๊กที่เปิดอย่างรวดเร็ว ส่งภาพไปยังกระดานขนาดใหญ่ตรงหน้าห้องแสดงผลพร้อมกัน ภาพที่ปรากฏแสดงรูป พลอยหลากสี สวยงามปะปนกันไปทั้งสีแดง สีม่วง สีแดงอ่อนหลายสิบเม็ด อาจารย์เปลี่ยนภาพ อัญมณีไปเรื่อย ๆ หลายสิบรูปเพียงแสดงตัวอย่างให้นักศึกษาดูเท่านั้น ทุกรูปล้วนเป็นที่ต้องใจของทุกคนที่เห็นมัน ประกายสะท้อนแสงสวยงามนั้นสะกดสายตาทุกคู่ให้มองอย่างหลงใหล
              “ครับ อัญมณีเหล่านี้ มีพลัง” เลโอนาร์ดอธิบาย “หินจากธรรมชาติที่ทับถมอยู่ใต้ดินกันมาหลายล้านปี มันสวยใช่ไหมครับ แต่มันมีมากกว่านั้น คนโบราณใช้เป็นเครื่องรางของขลัง เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ บ้างก็ช่วยเสริมบารมีแก่ผู้สวมใส่ รวมทั้งพลังจักรวาลอีกด้วย มันแผ่พลังออร่าให้กระจายไปรอบตัว และปรับสมดุลของออร่าได้อีกด้วย”
              “อาจารย์ครับ แล้วใครมีหินพวกนี้ก็จะใช้พลังจักรวาลได้ดีนะสิครับ” นักศึกษาชายกลางห้องถามขึ้น
              “ใช่แล้วครับ สิ่งเหล่านี้มันเกื้อหนุนกับจักระของเรา มันจัดระเบียบออร่าให้มั่นคง และจิตใจให้มั่นได้อีกด้วย อย่างเช่น อำพัน สีเหลือง สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา”
              “อะเมธิสต์ สีม่วง เป็นหินที่มีการบำบัดสูง ช่วยปกป้องคุ้มครองผู้ที่สวมใส่ได้เป็นอย่างดี สามารถใช้สยบอารมณ์โมโหโกรธาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งช่วยขจัดความเครียดได้อีกด้วยครับ”
              “แล้วก็...คริสตัล ครับ คริสตัลเป็นสิ่งที่นิยมใช้กันในขณะนี้เพราะมัน สามารถกระตุ้นการทำงานของสมอง และส่งคลื่นความคิดนั้นออกไปยังปลายทางที่ต้องการ ใช้บำบัดโรคได้หลายชนิด และเมื่อใช้ร่วมกับจิตใจและร่างกายแล้วจะสามารถสร้างพลังที่รุนแรงขึ้นได้ครับ”
              “แล้วเพชรล่ะครับ” นักศึกษาชายถามขึ้น
              “ครับเพชร คำถามนี้คนทำให้ทุกคนทราบดีว่า สุดยอดอัญมณีก็คือเพชร หินที่แข็งที่สุดในโลก มันมีค่ามาก และไม่ต้องแปลกใจว่ามันมีพลังมากอีกด้วย เพชรนั้นช่วยให้มีตาทิพย์ที่จะมองเห็นความเป็นมาเป็นไปต่าง ๆ ได้อย่างที่ใคร ๆ นึกไม่ถึง มันสามารถบรรเทาอาการปวดศีรษะให้คลายลง และเป็นศูนย์รวมแห่งความพลังคิดและจินตนาการครับ”
              “ช่วยให้มีตาทิพย์อย่างนั้นเหระคะ” ริกะถามขึ้น “ถ้าอย่างนั้นก็คล้าย ๆ กับโทรจิตนะสิคะ?”
              “ครับคล้ายกัน แต่ต้องใช้สมาธิชั้นสูงและต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ อืม...ระดับเตตราก็น่าจะทำได้นะครับ ยิ่งมีเพชรเข้ามาช่วยก็อาจจะเห็นผลได้ดียิ่งขึ้น แต่เรื่องพวกนี้ต้องขึ้นอยู่กับตัวเองด้วยครับ”
              เลโอนาร์ดกล่าวต่อ “กลับมาที่เพชรกันต่อ Diamond มาจากคำว่า Adamas ในภาษากรีก หมายถึง ชัยชนะ และนิรันดร เชื่อกันว่าเพชรมีพลังอำนาจทำให้ได้รับชัยชนะ และยังใช้เพชรประดับเทวรูปเพื่อสักการบูชา มีความเชื่อว่าเพชรสามารถป้องกันภยันตรายจากปีศาจ และชัยชนะแห่งสงครามอีกด้วย เพชร เป็นอัญมณีที่มีค่ามานานแล้วหลายพันปี ตั้งแต่กษัตริย์สมัยโบราณต่างก็นิยมประดับเครื่องทรงด้วยเพชร เพราะเพชรเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและวาสนา ในยุโรปก็เช่นกัน เพชรเป็นวัตถุวงคลสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายออกไปได้ รู้ดีว่าเพชรจะเป็นอัญมณีที่ำสำคัญและมีประโยชน์มหาศาล อย่าง ซีพียู สมองของคอมพิวเตอร์ เพชรสามารถทนความร้อนได้ดีกว่า ซิลิกอน จึงมีการนำเพชรมาใช้ในการทำซีพียู ให้มีความเร็วสูงขึ้นไปได้อีกด้วยครับ ปกติจะเป็นหุ่นยนต์ที่เดินกันตามท้องถนน นั่นล่ะใช้เพชรทั้งนั้นเลย แต่ราคาก็สูงไปด้วยครับ”
              “เพชรนั้น ก่อตัวจากส่วนลึกในผิวโลก เมื่อคาร์บอนตกผลึกภายใต้แรงดันมหาศาลก็เคลื่อนตัวขึ้นมาพร้อมกับการระเบิด ของภูเขาไฟ และเมื่อภูเขาไฟสงบลง ผลึกเพชรจะถูกฝังอยู่ในแมกม่าที่แข็งตัวแล้ว ทางธรณีวิทยาเรียกว่า คิมเบอร์ไลท์ (Kimberlite)”  
              “ปัจจุบัน เพชรก็กลายมาเป็นสัญลักษณ์ในพิธีหมั้น แสดงถึงความจริงใจ และความเป็นนิรันดรครับ”
              “ปกติแล้ว เพชรนั้นก็อยู่ในกลุ่มของอะตอมคาร์บอน อะตอมชนิดเดียวกันกับที่อยู่ใน ถ่าน ไส้ดินสอ แกรไฟต์ เขม่าควันไฟ และรวมไปถึงองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตด้วยครับ รวมถึงร่างกายของเราก็มีคาร์บอนอยู่ประมาณ 18เปอร์เซ็นต์ แน่นอนธรรมชาตินั้นหล่อหลอมเราและแร่ธาตุเข้าด้วยกันจากพลังจักรวาลไงล่ะครับ”
              “แล้วมาสเตอร์ไดมอนด์ล่ะครับ” นักศึกษาชายคนหนึ่งถาม
              “มาสเตอร์ไดมอนด์” เลโอนาร์ดหยุดนิ่งเมื่อพูดถึงเพชรเม็ดนั้นขึ้นมา “ใช่ มาสเตอร์ไดมอนด์ คุณเคยได้ยินจากข่าวนะครับว่า มันไม่ได้มาจากโลก ทุกคนคงจะทราบว่ามันมาจากดาวเนปจูนแน่ล่ะมันใหญ่กว่าโลกมาก การจะสร้างเพชรขนาดนั้นโลกเราไม่มีทางทำได้แน่นอน”
     
              หลังเลิกเรียน ประตูห้องถูกเปิดออกโดยอาจารย์ผู้สอน หากเขาต้องหยุดทันทีเมื่อเป็นชายผิวคล้ำผมสั้นตรงสีดำเป็นเงางามคนหนึ่งยืนขวางทางอยู่ เขาจ้องมายังเลโอนาร์ดอาจารย์ที่กำลังจะกลับห้องพัก สีหน้าที่มาดเข้มของเขาดูไม่เป็นมิตรสักเท่าใดนัก เลโอนาร์ดก้าวออกจากห้อง ตามด้วยนักศึกษาต่างเดินออกจากห้องที่เป็นเวลาพัก ก่อนจะเริ่มเรียนวิชาต่อไปอีกสองชั่วโมงข้างหน้า
              เลโอนาร์ดมองเขาอย่างสงสัยตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า กับชายหน้าตาดียืนเข้มหน้าเกรงขามยืนอยู่ในเสื้อกั๊กมันเงาสีดำขลับเย็บอย่างประณีตไม่ปิดกระดุมซ้อนด้วยเสื้อสูทนาโนรัดรูปสีน้ำตาลแขนขาว สวมถุงมือสีดำยาวคลุมท่อนแขนดูหนาเกินกว่าผ้าธรรมดา กับกางเกงขายาวสีดำเงาเช่นกันอีกทั้งรองเท้าบูทรัดรูปครึ่งเข่าดูเข้ากัน
              เขาถามขึ้นก่อน “คุณเลโอนาร์ดใช่ไหม”
              “ครับ”
              “ผมแม็กซ์ เอฟ ไอเดนท์ เป็นนักสืบจาก ยู.เอ็น.ไอ ที่ขึ้นตรง ซี.ไอ.เอ ซึ่งใคร ๆ ก็เรียกว่า ยูนิคอน (Universal energy Confederation: สมาพันธ์พลังไฟฟ้าสากลจักรวาล)” ชายหนุ่มที่รอมานานกว่าสิบนาทีกล่าวอย่างใจเย็น
              ทันทีที่เขากล่าวจบ เลโอนาร์ดตกใจเล็กน้อยหากไม่แสดงสีหน้าออกมามากนักว่า นักสืบจากโลกมาทำไมถึงที่นี่ ซ้ำยังต้องการพบเขาอีกด้วย
              “อย่าแปลกใจครับ คุณไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก คุณเบเนตโตให้ผมมาปรึกษาคุณครับ” แม็กซ์พูดอย่างเป็นมิตรช่วยให้อาจารย์หนุ่มเบาใจลง
              “ปรึกษา?” อาจารย์หนุ่มยิ้มขึ้น “มีอะไรที่คุณเบเนตโตไม่รู้แล้วผมรู้อย่างนั้นเหรอครับ คุณไอเดนท์”
              “เรียกผมแม็กซ์ ก็ได้ครับ”
              “ครับคุณแม็กซ์”
              ทันทีที่ทั้งสองกำลังทักทายกันนั้นคริสโตเฟอร์เดินออกจากห้องผ่านเลโอนาร์ด แม็กซ์เหลือบไปเห็นเด็กคนนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา เขาทำทีขยับตัวชนพลางใช้หลังมือชนต้นแขนเด็กต้องสงสัยจนเด็กน้อยเบี่ยงไหล่เล็กน้อย “ขอโทษ” แม็กซ์ผู้ชนกล่าวก่อนอย่างสุภาพ เสียงนั้นทำให้เด็กน้อยสบตาด้วยสายตาเย็นชาอย่างสงสัย ‘ออร่าไม่ธรรมดาเลยสมเป็นเด็กอัจฉริยะ’ แม็กซ์พูดในใจทันทีที่หลังมือสัมผัสก็รู้สึกพลังงานบางอย่างที่ครอบคลุมเด็กคนนั้นต่างจากเด็กทั่วไปนัก
              “ครับ” คริสโตเฟอร์ตอบกลับตามประสาเด็กเงียบขรึมก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ

    Universal energy

    บทนำ

     

              คริสตศักราช 2382 ในระบบสุริยะส่วนนอก มีดาวอันสุกใสสวยงามอันมหึมา มันใหญ่กว่าโลกถึงสี่เท่า แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ มันเป็นดาวเคราะห์สีฟ้า อันสดใสสวยงาม บรรยากาศประกอบด้วย ไฮโดรเจน ฮีเลียม มีเทน ไอน้ำ และแอมโมเนีย  แต่ส่วนใหญ่จะเป็น ไฮโดรเจนและฮีเลียม ภายใต้ชั้นบรรยากาศจะเป็น มีเทน น้ำ และแอมโมเนียซะเป็นส่วนใหญ่ เหนือพื้นมหาสมุทรอันเวิ้งว้างมีอสุรกายตนหนึ่งสีขาวซีด ร่างมันคล้ายแมงกะพรุน ที่ส่วนเหนือผิวน้ำเป็นฝาครอบกลมมนไร้รอยต่ออันแข็งแกร่งครอบคลุมพื้นที่กว่าสามร้อยตารางกิโลเมตร มันล่องลอยกลางมหาสมุทรมานานกว่าหนึ่งปี แต่แขนยาวนับหมื่นเส้นนั้นแต่ละ้เส้นสามารถโอบรัดทั้งใบโลกได้ถึงสามรอบเลยทีเดียว มันเอื้อมลงสู่ห้วงลึกของมหาสมุทรนี้ และหยิบจับสิ่งที่มันต้องการ เพื่อควาญหาสิ่งไม่เคยพบไม่เคยเห็นใต้บาดาลที่ลึกลงไปนั้นไม่มีสิ่งใด ๆ ที่ล้วงล้ำเข้าสู่อ้อมแขนของมันจะรอดไปได้ มันจะรัดแล้วส่งเข้าปาก

              ภายในอสุกายยักษ์นั้นเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมืออันครบครัน มันเป็นป้อมปราการ กลางห้วงมหาสมุทร ที่แข็งแกร่งพอที่จะอาศัยอยู่บนดาวดวงนี้ได้ ไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้ง แม้แต่ลมพายุลูกใหญ่ใด ๆ บนโลกที่จะเทียบ ก็ไม่ระคายผิวมันแม้แต่น้อย

              อสุรกายตนนี้ คือยักษ์ใหญ่ มันยังคงหยิบจับทุกอย่างที่มันไม่รู้ เพื่อมาวิเคราะห์ ป้อมปราการเคลื่อนนี้ รู้จักกันในนาม สตัค มันเปรียบเสมือนเมืองเมืองหนึ่งเลยทีเดียว สิ่งที่อยู่ภายในนั้นเคลื่อนไหวก้าวเดินหยิบจับสิ่งที่ได้มาเพื่อวิจัยค้นคว้า แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่มีชีวิต ทุกอย่างล้วนเป็นหุ่นยนต์และคอมพิวเตอร์อันทรงประสิทธิภาพ ด้วยแรงโน้มถ่วงของดาวดวงนี้มากถึงห้าสิบแปดเท่าของโลก ดาวดวงนี้จึงหนักเกินไปกว่ามนุษย์จะอาศัยอยู่ได้ แต่พวกเขานั้นทำงานอยู่ในยานอวกาศ จากห้วงอวกาศอันปราศจากแรงโน้มถ่วง

              เบน หนึ่งในนักส่งของเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมอาชีพอีกหนึ่งพันคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เขานั่งทำงานในยานอวกาศแห่งนี้มานานกว่าหกเดือนแล้ว ตลอดยี่สิบชั่วโมงที่ผ่านมาเขาเอาแต่อยู่ในห้องเล็ก ๆ คับแคบ เบื้องหน้าสองมือกำลังควบคุมแขนกลกับสิ่งที่เพิ่งขุดค้นได้จาก พื้นใต้มหาสมุทร จอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้า แสดงสิ่งที่ควบคุมนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน มันแสดงหีบสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่และกำลังเคลื่อนที่เพื่อนำมันไปยังห้องวิเคราะห์แร่ธาตุ

              ชายหนุ่มควบคุมมันอย่างคล่องแคล่วจากการใช้มันมาอย่างชำนาญเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเลยทีเดียว เขาเคลื่อนหุ่นยนต์ตรงไปตามทางเดินอันโอ่โถงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดกว่าหมื่นคน หุ่นยนต์รุ่นเดียวกันเดินสวนทางกันไปมา ทว่ากลับต้องหยุดเมื่อหุ่นยนต์ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าขนาดของมันเทียบเท่าทีเร็กซ์ไดโนเสาร์ที่ครองโลกมาก่อน จนหุ่นบางรุ่นเล็กราวกับลูกสุนัขเลยทีเดียว เบนหยุดให้มันเดินผ่านไป เท้าที่ก้าวเดินอันหนักแน่นจนร่างหุ่นที่อยู่ใกล้รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากจอที่เขาดูอยู่นั้นสั่นสะเทือนพร้อมกับเสียงย่ำกับพื้นอย่างหนักหน่วง หากหุ่นขนาดมนุษย์ธรรมดาถูกบดบังร่างหุ่นยนต์เลยทีเดียว แม้เขาเห็นกี่ครั้งก็รู้สึกหวาดหวั่นเมื่อเข้าใกล้มันก็ตามที

              เบนขับเคลื่อนหุ่นยนต์ใช้ล้อตีนตะขาบพื้นยางเหมาะสำหรับหุ่นยนต์ขนส่งสิ่งของเพื่อการขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วและนิ่มนวล หุ่นของเบนเดินผ่านทางเดินผ่านห้องสีขาวทางขวามือนับสิบห้อง

              จนกระทั่งถึงห้อง A 205023 หรือห้องวิเคราะห์แร่ธาตุตรงประตูสีขาวถูกเปิดโดยอัตโนมัติ ภายในห้องสีขาวกับอีกหุ่นยนต์สีขาวหากลำตัวเผยแผงวงจรอันซับซ้อนอยู่ภายใน มือกลหนึ่งในแขนทั้งหกของมันยืดยาวเอื้อมหยิบก้อนหินที่อยู่ในตู้เหล็กสีเงินอีกมุมหนึ่งของห้องได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่จะนำมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า

              หุ่นยนต์ที่เบนควบคุมเดินตรงเข้ามาพร้อมกับวางหีบเหล็กสีขาวใบใหญ่ลงโต๊ะเหล็กขนาดใหญ่อันแข็งแรงอย่างแผ่วเบา

              คุณต้องไม่เชื่อแน่เลย เบนกล่าวเป็นนัย ๆ หากผู้วิเคราะห์สงสัยเล็กน้อยแต่ก็ไม่ใส่ใจเท่าใดนักว่าสิ่งที่อยู่ภายในหีบนั้นคืออะไร แม้เบนผู้ส่งของจะไม่ทราบว่าข้างในนั้นคืออะไร แต่สิ่งที่เขารับมานั้นเป็นที่กล่าวขวัญแก่ผู้ส่งเป็นยิ่งนัก แล้วเขาก็เดินจากไปเมื่อหน้าที่ของตัวเองสิ้นสุดลง

              นักวิเคราะห์สั่งควบคุมหุ่นยนต์ยืดแขนยาวส่งก้อนหินก้อนเดิมที่เก็บได้ใต้มหาสมุทรเข้าตู้เดิม ก่อนจะเลื่อนหีบใบใหญ่มายังเบื้องหน้า

              หือ...! ถึงกับต้องใส่ ไอดี เลยเหรอ!” นักวิเคราะห์พึมพำเมื่อมองเห็นมันผ่านจอคอมพิวเตอร์ โดยปกติจะเป็นกล่องเหล็กหรือไม่ก็ถาดเหล็กธรรมดาเท่านั้น แต่ผู้วิเคราะห์ไม่ใส่ใจเท่าใดนัก เขากดหมายเลขของตัวเองเข้าไปยังก่อนจะใช้มือหุ่นที่เขาควบคุมทาบกลางแผงรับข้อมูลบนฝากล่อง หมายเลขไอดีของผู้ใช้ถูกส่งผ่านจากฝามือไปยังกล่องรับข้อมูลทันที

              คริ๊ก เสียงล๊อกถูกปลดออกทั้งสี่ด้าน

              แล้วชายเพียงคนเดียวในห้อง จับฝากล่องอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะยกมันออกมา ทันทีที่ฝานั่นพ้นจากรอยต่อ ทว่ามีแสงจากข้างในเปล่งประกายเจิดจ้าลอดผ่านออกมาภายนอก ชายผู้ควบคุมเห็นแสงนั่น หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นทันที พร้อมกับมือที่ควบคุมหุ่นยนต์กลับไร้ความรู้สึก นี่มันอะไรกัน!! หรือว่าจะเป็น สิ่งที่เขาจับจ้องอยู่บนจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้า

              ปังงง

              เสียงประทบฝาครอบหลุดกระทบกับหีบเหล็กอย่างแรง ทำให้ชายผู้ควบคุมสะดุ้งมือที่ควบคุมสั่นเครือจากความตื่นเต้น ที่จะได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน

              โธ่ เว๊ย เขาสบถก่อนที่จะสุดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหยิบฝากล่องเพื่อเปิดดูอีกครั้ง แสงส่องประกายจากด้านในปรากฏขึ้นอีกครั้ง แล้วเขาก็ทำใจดึงฝาออกทันที

              พระเจ้า... เขาอุทาน เมื่อเป็นภาพเบื้องหน้า มันมีจริงเหรอเนี้ย เขาไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่าใดนัก แล้วผู้วิเคราะห์ก็ซูมกล้องเข้าใกล้เป้าหมาย เห็นแสงสีขาวอยู่ภายในก้อนผลึกหินสีขาวใสอันแข็งแกร่ง

              เขาใช้มือควบคุมอีกข้างที่สวมถุงมือยางไม่ต่างจากมือมนุษย์ แต่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับดาวที่มีแรงโน้มถ่วงสูงแห่งนี้โดยเฉพาะ เขาควบคุมบรรจงช้อนมันขึ้นมาอย่างนิ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ หินขนาดใหญ่จนอุ้งมือทั้งสองเล็กราวกับมือเด็ก กับก้อนหินที่ใหญ่ขนาดกะโหลกมนุษย์ ก่อนที่เขาจะตั้งสติทำใจยกมันอย่างตั้งใจที่สุดพอ ๆ กับเข้าทำงานวันแรกเลยทีเดียวว่าจะไม่ทำอะไรผิดพลาดที่จะทำให้มันหลุดมือได้อย่างแน่นอน หากเจ้าตัวร้อนลุ่มไม่น้อยว่าก้อนหินใหญ่ขนาดนั้นจะหลุดร่วงไป ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะเห็นมันด้วยตาเปล่าแทนที่จะดูผ่านจอคอมพิวเตอร์แบบนี้นัก

              สองมือประคองยกมันเลื่อนไปทางขวา แล้วก็วางมันลงในเครื่องวิเคราะห์หินบนจานเหล็กทรงกลมสีดำสนิท ก่อนที่จะกดปุ่มด้านข้างเพื่อให้มันทำงานแล้วเซนเซอร์ทำการตรวจวิเคราะห์ แสงเลเซอร์สีแดงเล็กแหลมขนาดเส้นผมถูกยิงออกไปเพื่อตรวจสิ่งที่อยู่ข้างใน

              ระหว่างที่เครื่องกำลังทำการวิเคราะห์แร่ธาตุในก้อนหินต้องสงสัยนั้น เขาจ้องหน้าจอด้วยใจจดจ่อ จนแทบจะลืมการหายใจเลยทีเดียว ตามเป็นไปตามที่เขาคาดหวังนี่อาจะเป็นสิ่งที่ประเมินค่ามิได้ และไม่มีวันที่จะค้นพบบนพื้นโลกได้อย่างแน่นอน

              สิ่งนี้คงจะก่อกำเนิดจาก มีเทนที่มีส่วนผสมของคาร์บอน ที่มีมากมายมหาศาลบนดาวดวงนี้ อีกทั้งแรงกดอากาศมากมายที่โลกเทียบไม่ได้แม้แต่น้อย และที่สำคัญมันหลับใหลมายาวกว่าโลกที่จะก่อกำเนิดเมื่อสี่พันหกร้อยล้านปีมาแล้ว

              และสิ่งที่ค้นพบนี้ อย่างน้อยมันก็คงมีอายุ มากกว่าหมื่นล้านปี ความคาดหวังของนักวิเคราะห์ไปต่าง ๆ นา ๆ และนี่คือสิ่งที่เขาคาดหวังว่าจะต้องเป็น เพชรอย่างแน่นอน จากคาร์บอนที่ตกผลึกที่ถูกอัดด้วยแรงดันสูง กระทั่งถูกเผาด้วยอุณหภูมิสูงจากใจกลางดวงดาว ไม่ผิดแน่ ที่คือ เพชร สิ่งที่แข็งที่สุดในโลก ไม่สิมันแข็งกว่าเพชรใด ๆ ในโลก

              แล้วผลการวิเคราะห์ก็ปรากฏ มันมีคาร์บอนบริสุทธิ์ในปริมาณมากเป็นไปตามที่ผู้วิเคราะห์คาดการณ์

              มาสเตอร์ไดมอนด์ ผู้เชี่ยวชาญอุทาน นี่คือเพชรที่ใหญ่ที่สุดในสุริยะจักรวาล และนี่คือเพชรบนดาวเนปจูน


    January 05

    cloepatra7

    แอนโทนี่และครีโอพัตราพยายามรักษาสิ่งที่มีอยู่ ท่ามกลางภาวะหมดสิ้นหนทาง กองเรืออียิปต์ทั้ง 60 ลำ กับครีโอพัตรา และสมบัติของอียิปต์ ได้หนีไปจากการรบ แต่นี่ไม่ใช่ความขี้คลาดของครีโอพัตรา แต่ว่าเป็นแผลกลยุทธ์ของแอนโทนี่

    The image “http://search.eb.com/shakespeare/art/oantonr002p1.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    สมบัติทั้งหมดปลอดภัย ก็หวังมาทำศึกกับอ๊อกเตเวียนต่อไป ในไม่ช้าพวกเขาก็พบว่า ทั่วทั้งเมดิเตอร์เรเนียนบัดนี้ได้ย้ายไปอยู่ข้างอ๊อกเตเวียนแล้ว

    การศึกหลายครั้งในประวัติศาสตร์เป็นมากกว่าการเผชิญหน้ากันทางทหาร มันเป็นการปะทะทางความคิดหรือเรียกว่า ปรัชญาขัดแย้งกันก็ได้

    ฝ่ายหนึ่งเป็นโรมันตะวันตกซึ่งเป็นตัวแทนระบบสาธารณรัฐ ที่อาจทุจริตและมีความเสื่อมนั้นคือฝ่ายอ๊อกเตเวียน ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคือ ฝ่ายกรีกตะวันออก เป็นการปกครองแบบกรีกที่นำโดยแอนโทนี่ และครีโอพัตรา ฉะนั้นชัยชนะฝ่ายตะวันตกเรียกได้ว่าจะเป็นสิ่งที่จะกำหนดทิศทาง ในการพัฒนาจักรวรรดิ โรมันทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่ผลลัทธ์ทางการต่อสู้ ในทางทหาร

    ครีโอพัตรากับแอนโทนี่จนมุม
    ครีโอพัตรากับแอนโทนี่ต้องโดดเดี่ยว เพื่อรอรับชะตาของตนในฤดูหนาว ซึ่งอาจเป็นปีสุดท้ายของตน ทั้งคู่เรียกกลุ่มคนที่อยู่ด้วยกันว่า ภาคีที่ความตายมิอาจพราก แม้ ครีโอพัตราจะดูเหมือนวางแผนกอบกู้ราชวงค์ แต่ก็มีข่าวว่า พระนางกำลังทำสอบยาพิษกับนักโทษ เพื่อค้นหายาพิษ ที่ทำให้เจ็บปวดน้อยที่สุด ทั้งคู่ยื่นอุทธรณ์ไปยังอ๊อกเตเวียน ขอให้ละเว้นอียิปต์ไว้เพื่อลูก ๆ ของตน แอนโทนี่ถึงกับ ยื่นข้อต่อรองที่ไม่ธรรมดาว่า จะยอมฆ่าตัวตายถ้าอ๊อกเตเวียนจะไว้ชีวิตครีโอพัตรา อ๊อกเตเวียนตอบกลับครีโอพัตราอย่างลับ ๆ ว่า ถ้าพระนางจะยอมกำจัดแอนโทนี่ ก็จะขอสิ่งใดตอบแทนก็ได้ แต่ครีโอพัตราผู้เคยกระทำการเหี้ยมโหดเพื่อประโยชน์ของตนตลอดมา ครั้นได้รับการเอาตัวรอด พระนางกลับไม่ยอมทอดทิ้งชาย ผู้ซึ่งพักดีต่อพระนางอย่างไม่เคยแปรเปลี่ยน ซึ่งนั้นทำให้โลกซึ่งจับจ้องอย่างคลางแคลงใจ ด้วยเห็นว่าพระนาง รักแอนโทนี่อย่างลึกซึ้ง

    The image “http://www.crystalinks.com/cleooct.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    แอนโทนี่สิ้นพระชนต์
    แอนโทนี่ยอมตายอย่างไว้ลาย เขาเตรียมกองทัพซึ่งอ่อนกำลังเพื่อตั้งรับการโจมตีครั้งสุดท้ายของอ๊อกเตเวียน แต่เมื่อเขานำทัพมาถึงอเล็กซานเดรีย เพื่อเผชิญศัตรู เขาก็จะลืมเป็นเห็นกองเรือของอ๊อกเตเวียนที่ล้อมกองเรืออียิปต์ที่ไม่ต่อสู้ขัดขืน เขากลัวครีโอพัตราอาจ ทรยศเขา จึงได้ออกตามหาอย่างสิ้นหวัง และได้ข่าวผิด ๆ มาว่า พระนางได้ฆ่าตัวตายแล้ว เขาจึงใช้ดาบแทงตัวเองด้วยความเสียใจ ทหารของแอนโทนี่พบว่าเขายังไม่ตาย จึงแบกร่างเขาไปยังซึ่งที่ครีโอพัตรากล้ำกลืนกับอ๊อกเตเวียน พร้อมด้วยสมบัติที่เขาจะมายึดครอง พระนางและนางกำนัล ไม่กล้าเสี่ยงเปิดประตู จึงนำร่างเขาซึ่งใกล้ตาย ไม่กี่อึดใจ เขาก็สิ้นใจตาย

    The image “http://magart.rochester.edu/Images/Previews/A1.84.40.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    ครีโอพัตราสิ้นพระชนต์

    ครีโอพัตราตกเป็นเชลยของอ๊อกเตเวียน ลูกทั้งสามที่เกิดจากแอนโทนี่รอดชีวิตและถูกเนรเทศ ซิซาร์เรียนและลูกชายของภรรยาคนแรกของแอนโทนี่ ถูกฆ่าตาย เมื่อทราบว่าตนเองจะถูกนำตัวไปโรม พระนางก็คิดถึง อาสิโนเอ น้องสาว ซึ่งถูกล่ามโซ่ ลากตัวไปตามท้องถนนในโรม ซึ่งประกาศชัยชนะของซีซาร์ พระนางจึงสั่งให้คนเตรียมงูเห่าพิษ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาของอียิปต์ใส่ตะกร้าผลมะเดื่อลอบนำเข้าไปในห้องบรรทม พระนางบรรจงทอดตัวลงนอนเตียงทองในชุดที่สวยที่สุดแล้วจับงูนั้นขึ้นกัดตัวเอง ครีโอพัตราสิ้นพระชนต์อย่างสงบ และมีศักดิ์ศรี สมเป็นราชินีอียิปต์ ในวัย 39 ชันษา

    The image “http://www.puzzlehouse.com/images/webpage/cleopatra.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.


    ครีโอพัตรา, จูเลียต ซีซาร์ และมาร์ค แอนโทนี่ บุคคลทั้งสามที่โดดเด่นอย่างยิ่งในโลกโบราณ ถูกชักนำมาพบกันด้วยความทะเยอทะยาน ความรัก และจบชีวิตสืบเนื่องที่ตามมาของชีวิต พวกเขาได้กุมชะตาของจักรวรรดิ กรีกโรมันเอาไว้ ดินแดนซึ่งเคยตกท่ามกลางความรักใคร่ และความมักใหญ่ใฝ่สูง แต่ดินแดนนี้ก็ผ่าพ้นความเปลี่ยนแปลงมาได้


    อ๊อกเตเวียนขึ้นเป็นจักรพรรดิ

    เมื่อครีโอพัตราและแอนโทนี่ตายไป อ๊อกเตเวียนก็ก้าวขึ้นเป็น ซีซาร์ ออกัสตัส จักรพรรดิ องค์แรกของกรุงโรม การปกครองอันเข้มแข็งของเขา ยุติสงครามกลางเมืองในโรมได้ แต่ก็ทำให้ยุคสาธารณรัฐอวสานไปด้วย ประวัติศาสตร์ของโรมใน 5 ศตวรรษได้เริ่มขึ้น ความมุ่งมั่นของครีโอพัตราที่จะ พิทักษ์ของอาณาจักรของอเล็กซานเดอร์มหาราชล้มเหลว แต่วีรกรรม ของพระนางจะเป็นตำนานซึ่งยืนยง กว่าจักรวรรดิ โรมันที่ เคยเหยียบย่ำพระนาง

    The image “http://images.myphotoalbum.com/f/fi/fir/fire/firel/firelightdreams/albums/album01/Caesar_Agustus_100BC_44BC.thumb.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
    ซีซาร์ ออกัสตุส

    ตาม เหตุการณ์ ซึ่งผู้แพ้นั้นวิสัยทัศน์และก็แผนการ ก็มักถูกประวัติศาสตร์ลืมเลือน แต่ว่าในกรณีครีโอพัตรากับแอนโทนี่ ถ้าเราได้ฉุกคิดในใจ ขึ้นมาสักนิดหนึ่ง จะเห็นว่าแผนของพวกเขา ได้กลายเป็นจริง ใน 1-3 ศตวรรษต่อมา ด้วย คริสต์ศาสนา

    คริสต์ศาสนายังทำให้ รูปแบบอารยธรรมกรีก เฮเลเนสติก กลายเป็นศาสนาประจำจักรวรรดิ โรมัน ซึ่งนั้นชี้ให้เห็นการที่ตะวันออกมีชัยเหนือตะวันตก ชัยชนะนี่แหละที่ตกวันตกได้รับเอาหลังจากการสู้รบที่ แอคเทียน

    พระนางเป็นวีรสตรีแห่งยุค จริงอยู่เรื่องของพระนางจบเศร้า แต่พระนางก็ทำหน้าที่เฉพาะหน้าอย่างดีที่สุด ซึ่งนั้นทำให้เรานับถือพระนาง ชาวโรมันก็กลัวพระนาง ด้วยเหตุนี้โลกจึงต้องจารึกเรื่องนี้ไว้ ไม่ใช่เรื่องเศร้าแน่นอน
    The image “http://www.kingtutshop.com/outlined-papyrus-sheets/Cleopatra-Outlined250.gif” cannot be displayed, because it contains errors.

    พระนางคือผู้นำซึ่งมากด้วยไหวพริบ และวิสัยทัศน์ สตรีผู้ประกาศตนเข้าสู่โลกการเมืองการปกครอง ในยุคอำนาจที่เกณฑ์บุรุษเท่านั้นที่ชิงชัยกัน ครีโอพัตราใช้ทั้งความสามารถความกล้าหาญ และความรอบรู้ จนกลายมาเป็นหนึ่งในผู้นำ เป็นที่นับถือที่ยำเกรงที่สุด พระนางเสี่ยงทุกอย่างด้วยความใฝ่ฝัน ที่จะกอบกู้อาณาจักร เพียงเพื่อจะเห็นฝันนั้นทะลายลง เมื่อพระนางสนับสนุนชายผิดคน ครีโอพัตราจ่ายค่าความล้มเหลวด้วยชีวิต แต่พร้อมกันนั้น พระนางก็กลายเป็นตำนาน และเป็นตำนานซึ่งยังคงจับใจมาถึงทุกวันนี้

    ตำนานของสตรีผู้เขย่า จักรวรรดิโรมัน จนสะเทือนถึงฐานราก เมื่อกว่า 2,000 ปีมาแล้ว

    cloepatra6

    The image “http://www.utexas.edu/courses/introtogreece/lect36/h9901230008.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    แอนโทนี่ประกาศให้ครีโอพัตราและซีซาร์เรียนร่วมกันปกครองอียิปต์ ไซปรัส ลิเบีย และซีเรีย ซึ่งเป็นของราชวงค์ทอร์ลิมี่ และเขายังหักหน้าอ๊อกเตเวียนโดยตรง โดยยกย่องซีซาร์เรียนว่า เป็นลูกชายของซีซาร์ อาณาจักรซีกเหนือก็แบ่งให้ลูกทั้ง 3 สำหรับลูกชายที่เกิดจากภรรยาคนแรกเขายก ยกภาคตะวันตกของอาณาจักรให้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เขาจะแย้งชิงจากอ๊อกเตเวียน ดังนั้นอาณาจักรของครีโอพัตราและแอนโทนี่ รวมกับของลูก ๆ ก็จะกว้างใหญ่กว่าอเล็กซานเดอร์มหาราช โดยจะทอดยาวจากยูโรปตอนเหนือถึงทะเลทรายซาฮารา และจากช่องแคบอังกฤษถึงอียิปต์ นี่คือนาทีชัยชนะครั้งใหญ่ของครีโอพัตราความใฝ่ฝัน และความฉลาดของพระนาง ร่วมกับอำนาจของแอนโทนี่ จะสร้างแบบฉบับใหม่ของโลกกรีกโรมัน ทั้งคู่กำลังจะสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียม ด้วยสองอำนาจกรีกโรมันที่ปะทะกันอยู่เสมอ

    The image “http://comp.uark.edu/~apiedis/images/brando/tn_bodyofcaesar.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    ทั้งสองฝ่ายเริ่มขัดแย้งกันมากขึ้น

    สองอาณาจักรนี้ทำการต่อสู้กัน และการรวมอาณาจักรที่จะก่อเกิดผลประโยชน์มหาศาลจากการค้าเสรีและสันติภาพ แต่มีรอยโหว่เพียงจุดเดียวในแผนยิ่งใหญ่ของพระนางคือ ดินแดนส่วนใหญ่ยังไม่เป็นของทั้งคู่ เมื่อชาวโรมันรู้เรื่องที่เดินแจกจ่ายต่างก็โกรธแค้นมาก ข่าวที่อ๊อกเตเวียนกระพือออกไป ทำให้พวกเขาเชื่อว่า แอนโทนี่คิดจะยึดอำนาจของโรม ให้กับหญิงจอมวางแผน ผู้ที่เคยทำลายซีซาร์มาแล้ว อ๊อกเตเวียนโหมกระพือข่าวรายวันว่า แอนโทนี่ตกเป็นทาศอย่างน่าสมเพศของราชินีแห่งอียิปต์ และบอกว่าอดีตขุนศึกผู้เกรียงไกรถึงกับนวดเท้าครีโอพัตราในงานเลี้ยงอาหารค่ำ อ่านจดหมายรักดัง ๆ ในการพบปะที่สำคัญ และยังมีแผนที่จะตั้งอเล็กซานเดียเป็นเมืองหลวงใหม่ของจักรวัตร ชาวโรมันจำนวนมาก ขยักแขยงและโกรธแค้นที่แอนโทนี่ทรยศ จึงหันมาหนุนหลังอ๊อกเตเวียน


    ทั้งสองฝ่ายเริ่มรบกัน

    ในปีที่ 33 ก่อนคริสตกาลนั้นเอง สงครามก็ตั้งเค้า เขากับครีโอพัตรากำลังรวบรวมกองทั้ง ปลายปีนั้นแอนโทนี่ก็หย่ากับอ๊อกเตเวีย ผู้ซึ่งภักดีต่อเขา ทำให้แม้ผู้ที่เป็นฝ่ายเขาก็ยังขุ่นใจ ครีโอพัตราก็ปรากฏตัวในกองบัญชาการของแอนโทนี่ และยืนกรานว่ามีส่วนร่วมวางแผนทางการทหาร ทำให้นายทหารของแอนโทนี่ไม่พอใจ แต่เมื่อเขาขอ แต่เมื่อเขาขอให้พระนางกลับอียิปต์ พระนางก็ปฏิเสธ ครีโอพัตราเป็นราชินีนักรบ  ดังนั้นการที่น้องสาวถูกแอนโทนี่หย่าก็ผลักดันให้อ๊อกเตเวียน ทำสงครามกับครีโอพัตราและแอนโทนี่ จากที่อ๊อกเตเวียนยอมพระนางมาแล้ว แอนโทนี่ทรงเชื่อมั่นว่าต้องชนะ แต่อ๊อกเตเวียนได้สร้างสมกำลังมากขึ้นตลอด 10 ปีมานี้ และวางตัวยอดขุนศึกมาคัส อาเพนซา ให้เป็น แม่ทัพใหญ่ เขาจะเป็นคู่ปรับที่ทัดเทียมกับแอนโทนี่ แอนโทนี่ซึ่งมีครีโอพัตราเคียงข้าง นำทัพทหาร 85,000 นายเข้ากรุงกรีซ ที่ซึ่งคาดหวังว่า จะชนะอ๊อกเตเวียนไม่ยาก แต่ อาเพนซาได้ตัดสายพลธนูของแอนโทนี่

    พอถึงต้นเดือนกันยายน แอนโทนี่ก็เริ่มจะมีสภาพที่จนตรอกกองทับร่อยหลอลงด้วยโรคภัยไข้เจ็บ และทหารที่ถอดใจไป เขาคิดว่าจะได้เปรียบเพราะว่า เขามีประสบการณ์ทางทหาร เขาอาจมีกำลังที่เหนือกว่า

    วันที่ 2 กันยายน 31 ปีก่อนคริสตกาล กองเรือสองฝ่ายปะทะกันนอกชายฝั่งกรีซ แม้แต่ละฝ่ายจะมีเรือถึง 400 ลำแต่ทหารหลายหมื่นของแอนโทนี่ ก็หมดขวัญกำลังใจและเริ่มไม่ภักดีอย่างเชื่อใจ กองเรือหลายลำของแอนโทนี่ก็เริ่มยอมแพ้หรือไม่ก็หลบหนี และแอนโทนี่ก็ส่งสัญญาณให้ครีโอพัตราหนีไปเรือของพระนางที่บรรทุกสมบัติล้ำค่า มากมายก็กางใบขึ้นทันทีและมุ่งหน้าออกทะเล ตามด้วยกองเรือนับสิบลำของพระนาง หลังจากสู้อย่างจนตรอกแอนโทนี่ กับกองเรือไม่กี่ลำก็แยกตัวออกมาและตามไปสมทบ หลังการสู้รบครีโอพัตราและแอนโทนี่ หนีการสู้รบไปอย่างคนขลาด

    cloepatra5

    ครีโอพัตรา อยู่ข้างเขาไม่ยอมให้เขาหนีไปไหนทั้งกลางวันและกลางคืน เล่นเสี่ยงลูกเต๋ากับเขา ดื่มกับเขาล่าสัตว์กับเขา

    The image “http://www.cv81pl.freeserve.co.uk/stratford/cleopatra.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

     

    ในที่สุดทั้งคู่กับวาดฝันแผนการที่ยิ่งใหญ่ด้วยกัน แผนของแอนโทนี่ก็เหมือนซีซาร์ คือการสร้างชื่อเสียงของตนให้เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ ครีโอพัตรารู้ว่า การจะบรรลุเป้าหมาย แอนโทนี่ ต้องอาศัยเงินทองของอียิปต์ สำหรับพระนางเอง ความมุ่งหมายที่จะกอบกู้ราชวงค์ทอร์ลิมี่กลับคืนมายิ่งเข้มข้นขึ้น นับจากที่ซีซาร์ตายไปเมื่อ 4 ปีก่อน แอนโทนี่สัญญาจะช่วยครีโอพัตราเป็นการตอบแทนความสนับสนุน เขาออกประกาศยืนยันว่า พระนางคือผู้ปกครองอียิปต์และไซปรัส และเห็นชอบด้วยการประหารอาสิโนเอน้องสาวที่ถูกเนรเทศ ครีโอพัตราเป็นราชินีแห่งอียิปต์ โดยไร้คู่แข่ง แต่ก่อนที่แผนของพระนางจะได้เดินหน้า อ๊อกเตเวียนก็บังคับให้แอนโทนี่กลับโรมเพื่อจัดการเรื่องที่เป็นประเด็นทางการเมือง ข้อตกลงนั้นนำมาซึ่งสัมพันธ์ กับอ๊อกเตเวียนกับแอนโทนี่ โดยแอนโทนี่ต้องแต่งงานกับน้องสาว คือ อ๊อกเตเวีย ผู้เป็นสาวสวย ความรู้สึกที่เขามีต่อครีโอพัตรานั้น อาจจะยังมั่นคง แต่เขาจะไม่ยอมทำผิดซ้ำรอยซีซาร์ โดยพาคู่รักจากอียิปต์ไปอวดโฉมในโรม 

    ที่อเล็กซานเดรีย ครีโอพัตราผิดหวังรุนแรงเมื่อทราบข่าว แต่งงานจากแอนโทนี่ พระนางก็คลอดลูกแฝดของแอนโทนี่ และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระนางกับลูกต้อง ผลักไสเมื่อมีสถานะเป็นรอง ความใฝ่ฝันของพระนางถูกขวางกั้นไว้ พระนางต้องแยกจากแอนโทนี่ถึง 3 ปี ด้วยภารกิจสู้รบของเขา ในที่สุดเขาก็เชิญพระนางเข้าพบเหมือนครั้งก่อน คราวนี้ครีโอพัตราจะไม่ยอมให้เขาจากไปอีก ครั้งนี้แอนโทนี่อภิเษกกับพระนาง แม้จะเป็นที่ไม่ยอมรับในโรม แต่เขาก็รับลูกของพระนางเป็นลูกของตน และมอบดินแดนดั้งเดิมของราชวงค์ทอร์ลิมี่คืนให้ด้วย

    แอนโทนี่รบแพ้

    ปีที่ 36 ก่อนคริศตกาล เขามุ่งหน้าแผนการบุกปาชี ในตะวันออกกลาง เมื่อขาดอัจฉริยะภาพในการรบของซีซาร์ เขาต้องทำผิดพลาดหลายอย่างจึงต้องล่าถอยและสูญเสียกำลังทหาร ซ้ำยังเสียชื่อเสียงในโรมเป็นอย่างมาก ครีโอพัตราส่งเสบียงและเงินทองมาสมทบแอนโทนี่ พระนางคลอดลูกชายให้เขาอีกคนหนึ่ง แต่การล่าถอยกลับอเล็กซานเดรียอย่างหมดรูปของแอนโทนี่ ทำให้แผนของทั้งคู่ต้องฉงักอย่างน่าอับอาย ข่าวลือกระจายทั่วโรมว่า แอนโทนี่เสียใจและดื่มอย่างหนัก

    ชาวโรมันไม่ชอบแอนโทนี่เพราะเขาผูกพันกับอียิปต์และครีโอพัตรา

    ครีโอพัตราเตรียมแผนต่อสู้อีกครั้ง เมื่อได้ยินข่าวว่าอ๊อกเตเวียมุ่งมายังกรีซ พร้อมด้วยกองทหารและเสบียง เพื่อมาช่วยแอนโทนี่ ที่เป็นสามี พระนางทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้แอนโทนี่ออกไปพบครีโอพัตรา

    The image “http://www.culturalresources.com/images/Octavian1.jpg” cannot be displayed, because it contains errors. อ๊อกเตเวียน

     

    แอนโทนี่รู้ว่าอ๊อกเตเวียน ส่งน้องสาวโดยหวังว่าจะบอกปัดเธอ และจะได้สร้างสาเหตุประกาศศึก กับแอนโทนี่ แต่เขาก็ยังเห็นแก่ครีโอพัตรามากกว่า เขาเดินทางไปกรีซและ ยอมรับกองทหารกับเสบียง แต่เขารู้ดีว่า ถึงอย่างไรก็ต้องรบกับอ๊อกเตเวียนแน่นอน เขาไม่ยอมพบหน้าภรรยา เป็นเหตุให้อ๊อกเตเวียนโกรธจัด

    อ๊อกเตเวียนขยายเรื่องซึ่งที่จริงแล้ว เป็นการแย่งอำนาจผู้นำโรมันสองคนให้กลายเป็นศึกระหว่างชาติ ต่อต้านครีโอพัตราและอียิปต์

    อย่างไรก็ตาม เขาตัดสินใจรอเวลาก่อน ที่จะเข้าปะทะแอนโทนี่ แอนโทนี่นำกองทหารใหม่ไปรบชนะที่ อามาเนีย และกลับสู่อเล็กซานเดรีย งานเลี้ยงฉลองใหญ่โตที่เขากับครีโอพัตราจัดขึ้น ทำให้โลกเข้าในผิดไปว่า ทั้งคู่ต้องการรวมกำลังกันเผชิญกับอ๊อกเตเวียน เหตุการณ์ต่อจากนั้นรู้กันไปทั่วจักรวัติ โรมันโดยเรียกกันว่า ที่ดินแจกจ่ายอเล็กซานเดรีย

    ที่ดินแจกจ่ายอเล็กซานเดรียนั้น หมายถึงธรรมเนียมโรมัน ในการบริหารดินแดนตะวันออก แอนโทนี่แจกจ่ายดินแดน ให้ครีโอพัตรากับพวกลูกในยุคนั้นการแจกที่ดิน อาจทำให้แอนโทนี่เกิด มีปัญหากับทางกรุงโรมก็ได้ อีก 1 ปีต่อมานั้นพอเริ่ม ก็มีสงครามโฆษณาชวนเชื่อระหว่างอ๊อกเตเวียนกับแอนโทนี่ อ๊อกเตเวียนก็ใช้เรื่องที่ดินแจกจ่ายนั้น มาโจมตีแอนโทนี่ว่า เขาเป็นผู้ที่ทรยศต่อประเทศชาติ
    The image “http://www.anniescostumes.com/tb90713-90714.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    cloepatra4

    มาร์ค แอนโทนี่

    The image “http://images.encarta.msn.com/xrefmedia/sharemed/targets/images/pho/t011/T011395A.jsm” cannot be displayed, because it contains errors.


    มาร์ค แอนโทนี่ เป็นนายทหารและเพื่อนรักคนหนึ่งของซีซาร์ วาทะเผ็ดร้อนในงานศพของซีซาร์ ทำให้ชาวโรมันเป็นเดือดเป็นแค้นต่อความตายของซีซาร์ ขณะผู้นำการสังหารออกจากโรมไปรวบรวม กำลังทางแถบตะวันออกเพื่อ เตรียมทำสงคราม ครีโอพัตรายังหวาดเกรงความชิงชังทางโรม จึงไม่กล้าหนุนหลังแอนโทนี่ อย่างเปิดเผย ทั่วทั้งโรมตื่นตระหนกเพื่อได้ข่าวว่า พินัยกรรมของซีซาร์ระบุให้ อ๊อกเตเวียน หลานชายวัย 18 ปี เป็นทายาทผู้เดียว แม้ซีซาร์จะไม่สามารถทรงอำนาจต่อ แต่เขาก็ได้ทำให้ อ๊อกเตเวียนมีอำนาจทางการเมืองมหาศาล และมีแรงหนุนจากกองทัพที่พักดี สิ่งนี้ทำให้ฝันของครีโอพัตรา ด้วยในฐานะของซีซาร์เรียน สลายลง อนาคตของมาร์ค แอนโทนี่ก็ คลอนแคลงไม่แพ้กัน เขาตะลึงงันที่ซีซาร์ เพิกเฉยเขาและไปยกย่อง อ๊อกเตเวียน แต่...

    The image “http://www.galleriaborghese.it/spada/img/cleopat.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    แอนโทนี่ เอง ก็มีชื่อเสียงไม่ดีบางอย่าง เขาขึ้นชื่อชอบดื่มเหล้าเมา  เจ้าชู้ ชอบล่อลวงภรรยาผู้อื่น แต่อ๊อกเตเวียนนั้น เริ่มแรกก็ได้รับความนิยม แม้ว่าภายหลังอาจมีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่อง ทางเพศของเขา ซีซาร์ได้เล็งเห็นความพิเศษในตัวเด็กหนุ่มผู้นี้ ขณะที่เหตุการณ์ในโรมคืบหน้าไป ครีโอพัตราก็วางพรองค์ระหว่างสงคราม ทั้งสองฝ่ายอย่างระมัดระวัง อ๊อกเตเวียนตระหนักว่า จะเข้าต่อกรกับอำนาจมหึมาของแอนโทนี่ โดยทันทีไม่ได้ เขาจึงผนึกกำลังกับแอนโทนี่ ผู้ซึ่งเคยเป็นลูกน้องของซีซาร์ ทั้งคู่ร่วมกันสร้างระบบปกครองแบบ ไตรบุรุษขึ้นในโรมอีกครั้ง และออกคำสั่งให้ลงโทษผู้สังหารซีซาร์ ครีโอพัตรา สัญญาจะช่วยเหลือทั้งฝ่ายผู้ปกครองใหม่และฝ่ายผู้ปกครองระบบสาธารณรัฐ แต่พระนางทรงแกล้งทำทุกอย่างให้ล่าช้าและสามารถหลีกเลี่ยงไม่ส่งกองทัพและ กองเรือของอียิปต์ไปช่วยจริง ๆ จนกระทั่ง

    แอนโทนี่ พบ ครีโอพัตตรา

    The image “http://home.flash.net/~tmoore1/xena/antony2.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    ผลของสงครามปรากฏชัด สงครามยุติลงในปี 44 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อกองทัพของฝ่ายสังหารซีซาร์พ่ายแพ้ พวกกรีซ เนื่องจากอ๊อกเตเวียนอ่อนแอกว่าจะรบเอง ชื่อเสียงจึงตกเป็นของแอนโทนี่ และเขาเริ่มมองตนเองว่าเป็นผู้นำของจักรวรรดิ โรมัน ครีโอพัตรารับทราบของข่าวแอนโทนี่ด้วยความโล่งใจ พระนางเลยพบทหารหนุ่มรูปงานผู้นี้ในโรม ไม่มีบันทึกบอกไว้ว่า ตอนนี้พระนางมีแผนอย่างไรต่อ แต่พระนางก็ได้แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้และมากกลยุทธ์มาแล้วหลายครั้ง พระนางต้องหาทางเอาชนะใจขุนศึกโรมันผู้นี้ให้ได้ เมื่อแอนโทนี่เชิญพระนางเข้าพบ เพื่อให้ตอบข้อกล่าวหาที่ว่า พระนางจะให้สัญญาความช่วยเหลือแก่ฝ่ายที่สังหารซีซาร์ พระนางก็แสร้งเพิกเฉย การท้าทายแอนโทนี่ครั้งนี้เป็นเรื่องเสี่ยงอย่างยิ่ง ตอนนี้แอนโทนี่มีทหารโรมันทั้งหมดในมือ แต่พระนางมีเพียงชื่อเสียงและความกล้า จึงถูกเชิญเป็นครั้งที่สาม ครีโอพัตราจึงปรากฏกาย พระนางรู้เดิมพัน ครั้งนี้ดี แอนโทนี่มีอำนาจ ที่จะชี้ชะตาครีโอพัตรา และอาณาจักรอียิปต์ ดังที่ซีซาร์เคยมีตอนทั้งคู่พบกันเมื่อ 10 ปีก่อน พระนาง เชิญแอนโทนี่เข้าร่วมเลี้ยงฉลอง บนเรือหลวงอันงดงาม และเริ่มเดินมากเพื่อปกป้องอนาคตของประเทศอีกครั้ง

    แอนโทนี่ เป็นจอมทัพหนุ่มรูปงาม ด้วยมีวัยเพียง 40 ต้น ๆ บุคลิกงามสง่ากล้าหาญ พระนางเล็งเห็นทันที ถึงคุณสมบัติที่ซีซาร์เองก็ชื่นชมในตัวแอนโทนี่ คือความฉลาดใจกว้าง และซื่อตรงจงรักภักดี แม้ว่าครีโอพัตรามีเหรียญกษาปณ์ แม้จะดูไม่สวย แต่พระนางก็ปรากฏองค์ต่อหน้าแอนโทนี่อย่าง หญิงงามผู้มั่นใจ จากที่ทรงผูกใจซีซาร์ได้สำเร็จ ย่อมเป็นเรื่องพิสูจน์เสน่ห์อย่างดี พระนาง ในวัย 29 ชันษา เป็นราชินีที่ฉลาด มากไหวพริบและมั่นใจในเสน่ห์

    วิธีประทินความงาม

    The image “http://bonusweb.idnes.cz/obrazek/cleopatra1.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
    ครีโอพัตรามีวิธีประทินความงาม ตามตำหรับเลื่องชื่อของอียิปต์ ว่ากันว่าพระนาทรงอาบน้ำนมลา เพื่อ ป้องกันริ้วรอย ดัดผมหยิกเป็นลอนแบบกรีก และเขียนขอบตาด้วยถ่านจากตะกั่ว เพื่อเน้นดวงตาให้เข้มคม พระนางแต่งสีแก้มและปากด้วยสีแดง และทาสีเล็บ รวมถึงการทาสีย้อมสีส้มแสดกับฝ่ามือและฝ่าเท้าด้วย วิธีประทินโฉมขึ้นชื่อลือชา และเป็นที่รู้กันว่า พระนางเคยเขียนตำราเรื่องนี้ เช่นเดียวกันซีซาร์ แอนโทนี่ หลงรักราชินีสาวอียิปต์ องค์นี้อย่างจับจิตจบใจ ครีโอพัตราบรรลุเป้าหมายขั้นต้น ในการพิทักษ์ บัลลัง ในอียิปต์ และเริ่มโน้มน้าวแอนโทนี่ ให้ตามพระนางกลับอเล็กซานเดรียด้วยกัน...

    cloepatra3

    ซีซาร์พาครีโอพัตราไปโรม

    The image “http://www.tombraider4u.com/pictures/cleopatra.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    ไม่นานราชินีวัยรุ่นองค์นี้ก็ผูกใจซีซาร์
    พระนางอาจไม่ใช่หญิงสาวที่งามจนเลิศเลอ

    นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกในศตวรรษที่ 1 กล่าวว่า พระเนตรของพระนาง ยากที่ใครจะต้านทานได้ มีตอนหนึ่งเขียนว่า ครีโอพัตรามีเสียงราวกับเสียงดนตรีประเภทเครื่องสาย ดังนั้นพระนางต้อง มีเสน่ห์ แน่ ๆ อาจจะเป็นที่เสียงหรือวิธีการพูด ทำให้ผู้ชายเกิดความสนใจขึ้นมา"

    เพลโตบอกว่า วิธีประจบเอาใจมี 4 แบบ แต่ครีโอพัตรารู้เป็น พัน ๆ แบบ ดังนั้นเธออาจไม่สวยแต่จะต้องมีเสน่ห์มากแน่ ๆ ซึ่งว่าเธอฉลาดอย่างหาตัวจับได้ยากจริง ๆ

    ทอร์ลิมี่ ซึ่งทรงพระเยาว์ เกรงว่าพครีโอพัตราจะยุยงให้ซีซาร์ กำจัดพระองค์ จึงได้รวมกำลังกับพระ ขนิษฐา ของครีโอพัตราที่ชื่อ อธิโนเอ หลังจากสู้รบกันนาน 6 เดือน กองทัพของซีซาร์ ก็ได้รับชัยชนะ ทอร์ลิมี่ จมน้ำตายขณะหลบหนี ส่วนอธิโนเอ ถูกเนรเทศไปโรม ครีโอพัตราได้มงกุฏคืน และ ทำตามธรรมเนียมเดิม โดยอภิเษกกับ พระอนุชาองค์สุดท้าย คือ ทอร์ลิมี่ที่ 14 วัย 11 ชันษา ครีโอพัตรารั้งตัวซีซาร์ให้ อยู่ที่อียิปต์และ แสวงหาความเพลิดเพลินโดยล่องเรือไปตามแม่น้ำไนล์ ขณะที่ทั้งคู่เลี้ยงฉลอง ดื่มกินและร่วมรัก ฝูงชนตามริมฝั่งน้ำ เฝ้ามองดูและล้อว่าองค์ราชินี กำลังอวดถ้วยรางวัล ทหารของซีซาร์เริ่มห่วงพฤติกรรม ของเจ้านายและเกลี้ยกล่อมให้ซีซาร์ เร่งออกจากอียิปต์

    กำเนิดโอรส

    ต่อมาครีโอพัตราทรงให้กำเนิด โอรส และทรงให้พระนางว่า ซีซาร์เรียน และในปี ที่ 46 ก่อนคริสตกาล พระนางพร้อมด้วย ซีงซีซาร์เรียน ก็ได้ เข้าสู่โรมอย่างยิ่งใหญ่ พระนางอายุ 23 และทรงผูกสัมพันธ์กับซีซาร์มา 4 ปีแล้ว นั้นคือการพิสูจน์ตนเองในฐานะ นักปกครอง แต่พระนาง ยังใฝ่ฝันถึงอนาคตที่ยิ่งใหญ่ รุ่งโรจน์ เพราะถึงตอนนี้ ซีซาร์ ก็ยังไม่มีทายาท ถ้าซีซาร์เป็นพันธุ์มิตร พระนางก็มั่นใจว่าอียิปต์จะปลอดภัย แต่ถ้าซีซาร์ เป็นพระสวามี ทั้งคู่ก็จะร่วมกันปกครองอาณาจักรและนำราชวงค์ ทอร์ลิมี่ กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ เพื่อส่งต่อโอรสและพระธิดาต่อไป

    ซีซาร์ จัดให้ครีโอพัตราเข้าพัก ในบ้านชนบทหลังหนึ่งของตน ส่วนชาวโรมันก็ไม่ชอบเลยที่จูเลียต ซีซาร์ พาครีโอพัตรามาโรม พระนางได้พวกอยู่ในใจกลางเมือง เขาให้พระนางอยู่ที่ บ้านพักนอกตัวเมืองซึ่งปัจจุบันเรียกว่า เรกูล่า ฮิล์ พระนางจึงค่อนข้างอยู่นอกเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจากใจกลางกรุงโรม

    The image “http://www.renaissance-gallery.net/img268.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    ประชาชนในโรมโกรธเคืองที่ซีซาร์กระทำการ โดยไม่คำนึงถึงจิตใจและชื่อเสียง คอมพราเนีย ภรรยาของเขา ซึ่งสมัยที่ยังหนุ่ม ซีซาร์เคยมีลูกสาวด้วยกันคนหนึ่ง แต่เขาก็ทำตัวเจ้าชู้จนขึ้นชื่อ ถ้าเวลานั้นเขาเป็นหมันจริงอย่างที่หลายคนสงสัย ที่ครีโอพัตราอ้างว่า ซิซาร์เรียน เป็นลูกชาย ก็คงเป็นเพียงแผนการหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่ดำเนินความสัมพันธ์ อย่างเปิดเผยก็มีข่าวลือว่าเขาวางแผน เป็นกษัตริย์และจะล้มล้าง ระบบสาธารณรัฐ ในบรรยากาศความหวาดกลัวและไม่ไว้วางใจนี้ การที่ครีโอพัตราเตรียมยึดตำแหน่ง ชายา ซีซาร์ ยิ่งทำให้โรมโกรธแค้น ไม่ช้าก็มีผู้วางแผนโค่นความมักใหญ่ใฝ่สูงของซีซาร์


    ซีซาร์ถูกสังหาร

    The image “http://www.bible-history.com/images/rome/061_painting_death_of_julius_caesar_naples_museum.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    ในวันที่ 15 มีนาคม 44 ปีก่อน คริสตกาล ขณะที่เขาก้าวเข้าไปในเขตสภาสูง กรีซ 23 เล่มก็รุม สังหารและยุติเส้นทางอำนาจ ของ จูเลียต ซีซาร์ ครีโอพัตรา ซึ่งเศร้าโศกกับการลอบสังหารซีซาร์ ถูกแวดล้อมด้วยชาวโรมันที่มีแต่ความชิงชัง พระนางจึงรีบเสด็จกลับอียิปต์ ชู้รักของพระนางตายลง พร้อมกับแผนการพังทลายไม่เหลือ ซีซาร์ ผู้พิทักษ์ อียิปต์ ได้จากไป ขณะที่ศัตรูสำคัญคือโรม กำลังระสำระสาย พระโอรส ซิซาร์เรียนไม่เคยได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากซีซาร์

    บัดนี้เพื่อจะปกป้องสิทธิทางการเมืองของตนในโรม พระนางจึงตั้ง ซิซาร์เรียน ขึ้นครองราชย์ ร่วมกัน จากนั้นไม่นานพระอนุชาทอร์ลิมี่ที่ 14 ก็สิ้นพระชนต์อย่างลึกลับ ระหว่างนั้น พระนางเฝ้าติดตามข่าวว่าใครจะได้ขึ้นเป็นผู้นำแทนซีซาร์

    เป็นได้ว่าความสัมพันธ์ของครีโอพัตรากับซีซาร์ ทำให้พระนางคิดจะกลับบทบาทของตนเองและที่สำคัญก็คือบทบาท อียิปต์ต่อ จักรวรรดิ โรมันด้วย ความสัมพันธ์กับซีซาร์ทำให้คนมองว่า โรมนั้นต้องใส่ใจอียิปต์มากเป็นพิเศษด้วย และพระนางต้องการให้เขา ทำเพื่อผลประโยชน์ของอียิปต์ให้มากที่สุด

    cloepatra2

    The image “http://www.colourama.co.uk/images/cleopatra-mainpanel.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับดาวินชี นะครับ แต่มีคนขอให้ทำเรื่องนี้ ก็เลยต้องเรียบเรียงมาให้อีกที

    ครีโอพัตราขึ้ันครองราชย์

    ทอร์ลิมี่ที่ 12 กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงค์ ทอร์ลิมี่ ปกครองอียิปต์อย่างเป็นไท ก่อนจะถึงครีโอพัตตรา สมัยนั้นโรมผงาดขึ้นเป็นศูนย์อำนาจทางทหารในแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกโดยมีลักษณะ 2 อย่างคือ ด้านหนึ่งโรมนั้นก็ มีแสงยานุภาพทางทหารที่ เหนือกว่าเมื่อเทียบ กับรัฐต่าง ๆ ของกรีก ในเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก แต่อีกด้านหนึ่งก็มีความ ด้อยกว่าทางวัฒนธรรม คนฝากตะวันออกจะรู้สึกว่าโรมัน นั้น ป่าเถื่อนไม่เจริญ ที่จริงคนโรมันนั้นจะเล่าเรียนพวกเขาเรียนภาษากรีกหรือไปเรียนทางตะวันออก

     The image “http://www.kostuem-verleih.ch/Bilder_KV/Bildergalerie/Historisch/Bilder/Cleopatra%203.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    ครีโอพัตราอายุ 18 ตอนขึ้นครองราชย์ ร่วมกับอนุชาวัย 10 ชันษา ซึ่งเป็นการทำตามธรรมเนียมในอียิปต์ ในการปกป้องสายเลือดกษัตริย์ไม่ให้ปะปนกับคนภายนอก เป็นการแต่งงานตามฐานะ แต่ ไม่มีหลักฐานว่าทั้งสองพระองค์ อยู่ร่วมกันจริงหรือเปล่า ครีโอพัตราซึ่งมุ่งมั่น กับ กิจการในเมืองเริ่ม หมดความอดทนกับความอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพของพระอนุชา ในอียิปต์ กษัตริย์ เท่านั้นจึงจะมีอำนาจ แต่ทอร์ลิมี่ ซึ่ง ทรงพระเยาว์ ถูกควบคุมโดยองค์มนตรี ที่เล็งเห็นว่าครีโอพัตราจะก่อปัญหาให้พวกตนเป็นแน่ พวกนั้นทำให้ราษฏรเชื่อว่า พระนางเป็นต้นเหตุของความแห้งแล้ง พระนางจึงถูกขับออกนอกประเทศ  ครีโอพัตรา ทรงขอความช่วยเหลือจากอาณาจักรอาหรับ ใกล้เคียง และแต่งกองทัพมุ่งหน้ามายังอียิปต์ เพื่อปะทะกับกองทัพของอนุชา 

    "ตอนครีโอพัตราจัดกองทัพ พระนางต้องการสร้างอำนาจ พระนางถูกตระเตรียมเป็นเป็นฟาโรห์ ที่พระบิดาปลูกฝังนางมากกว่าองค์ไหน ๆ ให้รู้จักสร้างอำนาจ เพราะฉะนั้นตอนที่พระนางรวบรวมทหารเดินทัพเข้าอเล็กซานเดรีย พระนางไม่ได้คิดจัดการพระอนุชา แต่จัดการกับ พวกองค์มนตรีที่กีดกันพระนาง ซึ่งคงเพราะพวกนั้น มองออกว่าพระนาง เป็นคนที่รู้ความต้องการของตนเองทั้งที่อายุ แค่เพียง 19 "

     

    พระนางทรงเสี่ยงอย่างมหาศาล ถ้าหากรบแพ้พระนาง ก็ไม่แคล้วต้องสิ้นพระชนต์
    แต่เหตุการณ์ในโรมทำให้พระนางต้อง ชะลอ แผนการบุก

    ซีซาร์แย่งชิงอำนาจ

    คารัสสัส ถูกฆ่าตายในการรบ ซีซาร์ แย่งชิงอำนาจกับ คอมพีร์ อย่างเปิดเผย สภาสูงกลัวว่าเขาจะขึ้นเป็นผู้นำเผด็จการ จึงลิดรอนให้เขาสลายกำลัง ซีซาร์ ปฏิเสธ และเคลื่อนพล ไปยังอิตาลีทันที นั่นคือสงครามกลางเมือง คอมพีร์ ล่าถอย พร้อมกับเร่งสร้างกำลังทหาร เขาขอความช่วยเหลือจากพันธุมิตร ทางตะวันออก ซีซาร์ รุกไล่กองทัพของคอมพีร์
    คอมพีร์ ต้องหนีไปเพื่อรักษาชีวิต เขามุ่งหน้าไปพึ่งพิงอียิปต์ องค์มนตรี ของทอร์ลิมี่เห็นว่า ซีซาร์ มีแนวโน้มที่จะได้เป็นผู้ปกครองโรม คนต่อไป จึงประจบเอาใจซีซาร์ หลังคนที่ตนเคยช่วยเหลือ คอมพีร์ ถูกตัดศีรษะทันที ที่ลงจากเรือ แต่เมื่อซีซาร์ มาถึง อเล็กซานเดรีย และได้เห็นศีรษะของคอมพีย์ เขาก็โกรธจัดว่าอียิปต์ได้ทรยศคนโรมัน เขาเรียกเมืองที่เหลือ ซึ่งอียิปต์ได้ติดหนี้โรม จากข้อตกลง ของโอเลทีส คืนทันที

    ครีโอพัตราพบซีซาร์

    เขาประกาศว่า เขาจะเป็นผู้ตัดสินข้อพิพาท ระหว่างครีโอพัตรากับพระอนุชาเอง และเรียกทั้งคู่เข้าพบ ด้วยอุปนิสัยกล้าหาญ ครีโอพัตราวางแผน ท้าทายที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน พระนางลอบกลับเข้าพระราชวังและซ่อนพระองค์อยู่ในมุ้งพรหม ให้คนแบกเข้าไปถึงห้องนอนซีซาร์ ซีซาร์กลายเป็นชู้รักของพระนางในคืนนั้น เมื่อทอร์ลิมี่ซึ่งทรงพระเยาว์ พร้อมด้วยองค์มนตรีมาเข้าเฝ้า พบตามนัดหมายเช้ารุ่งขึ้น ก็พบคนทั้งคู่อยู่ด้วยกันใกล้ชิด ทอร์ลิมี่ตะลึงงัน ที่เห็นครีโอพัตราผูกใจซีซาร์สำเร็จ จึงกระชากมงกุฎทิ้งแล้ววิ่ง ร้องไห้ออกไป การล่อลวงศัตรูให้รัก คือ กลยุทธ์ อันเฉียบแหลม แต่ครีโอพัตราเองก็ตกหลุมรักอีกฝ่ายด้วย ซีซาร์ อายุ 52 ประสบการณ์หลายปีทางการเมืองและการทหารทำให้เข้ามีมาดอันงามสง่า สำหรับสาว วัย 19 ปีที่ชื่นชมอำนาจการชนะใจบุรุษที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกได้ ย่อมเป็นความสำเร็จน่าตื่นเต้น  เป็นไปได้ว่าซีซาร์ อาจมองครีโอพัตรา รักชั่วหนึ่งชั่วยาม


     "ครีโอพัตราไม่ใช่ชู้รักคนแรกของซีซาร์ เขาลือกันว่าเคยล่วงเกินกับภรรยาของคาลัสสัส เขามีความสัมพันธ์กัน ราชินีต่างเมือง หลายองค์ด้วยกัน และกับราชาอย่างน้อยอีกองค์หนึ่ง"

    cloepatra1

    ครีโอพัตตรา


    ความรักเป็นหนทางสู่อำนาจ
    ความฝันของพระนางคือ
    การสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ กว่าที่โลกได้เคยเห็น

    322 ปีก่อนคริสตกาล อเล็กซานเดอร์ มหาราช ต้องการอียิปต์มาไว้ในอาณาจักรกรีก ที่กำลังแผ่ขยาย กองทัพผู้ยิ่งยงพระองค์นี้ ทรงพิชิตเกือบทุกดินแดน เมื่อทรงสิ้นพระชน อียิปต์ ที่ยึดมาได้ก็ตกทอดสู่ ทอร์ลิมี่ แม่ทัพ ซึ่งปราบดาพิเศษขึ้นเป็นกษัตริย์ ทอร์ลิมี่ที่ 1และทรงสถาปนาเมืองใหม่ของพระองค์ อเล็กซานเดรียล บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

    ราชวงค์ทอร์ลิมี่

    มีโอเลทีส เป็นกษัตริย์  พระบิดาของ รีโอพัตรา   ได้ขึ้นครองราชย์ ดินแดนที่ตกท่ามกลางความเสี่ยง หลาย 10 ปีที่กองทัพโรมันได้ล้มล้างอาณาจักรกรีกดั้งเดิม ของกษัตริย์อเล็กซานเดอร์ โดยมีเป้าหมายจะยึดครองอียิปต์ ซึ่งทั้งมั่งคั่งและมีธัญญาหารอุดม เหมาะจะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของอาณาจักร แต่โรมันกำลังเผชิญความทุกจริตภายในขั้นร้ายแรง เหล่าแม่ทัพต่างแย่งชิงกันเป็นผู้ปกครองรัฐบาลที่กำลังขาดเสถียรภาพ สภาสูงโรมันสรุปว่า จะไม่มอบหมายให้แม่ทัพคนใด ควบคุมทรัพย์สินในอียิปต์ แม้พระบิดาของครีโอพัตราจะได้ ครองบัลลังก์ต่อ แต่พระนางก็เติบโต โดยรู้ดีถึงภัยคุกคามจากโรมัน ต้องเห็นพระบิดาเล่นเกมส์การฑูตจาก จักรวัตโรมันที่ไม่อาจวางใจ โดยทรงพยายามกันไม่ให้โรมันเข้ามายึดครองอาณาจักรที่เหลือ

    เพื่อที่จะดิ้นรนรักษาบัลลังก์อียิปต์เอาไว้  โอเลทีส ขอความเห็นใจจากกงสุลคนใหม่ของโรม คือ จูเลียต ซีซ่า นักการเมือง วัย 40 ปีผู้ปราดเปรื่องเลื่องลือในเรื่องความทะเยอทะยาน ซีซ่าร่วมมือกับแม่ทัพ ไนอันคอมพีร์ และ มาคัสคารัสสัส ตั้งการปกครองในระบบไตรบุรุษ เพื่อแสดงถึงการสร้างระเบียบในโรม และความเป็นจริงทั้ง สาม คน ก็ปกครองทั่วทั้งจักรวัตร โรมัน แม้ซีซ่าจะมีอำนาจทาง การเมืองยิ่งใหญ่ แต่เขาก็รู้ว่าอำนาจ ที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ผู้นำฝ่ายการทหาร ดังนั้นเขาจึงเริ่มรณรงค์ทางการทหารครั้งแรกในกองซึ่งตอนนี้ก็คือฝรั่งเศส เพื่อให้ทำการสำเร็จ ซีซ่าต้องเร่งหาเงิน โอเลทีสจัดหา มาให้โดยขอยืมเงินในคลังจำนวนมาก เทียบเท่ากับรายได้ครึ่งปีของอียิปต์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ซีซ่าจึงประกาศว่าอียิปต์ เป็นพันธมิตรของโรม ครีโอพัตราอายุ 10 ชันษา ตอนที่พระบิดาทรงตกลงกับซีซ่า ตลอด 10 ปีถัดมา ด้วยเงินก้อนใหญ่จากโอเลทีส กองทัพซีซ่าได้บุกพิชิดจนราบทำให้มั้นใจถึงอนาคตของเขาที่โรม

    ยิ่งทรงเติบใหญ่ ครีโอพัตราก็ยิ่งทรงชื่นชมในบุคลิกความมีอำนาจของซีซ่า ว่ากันว่าเขาเป็นคนรูปหล่อล้ำสัน นัยน์ตา สีน้ำตาลคมเข้ม กิริยามารยาทเป็น เสน่ห์ เขายังยิ่งยโสอย่างมาก และลือกันว่าเขาชอบทั้งผู้ชายและผู้หญิง ดังที่นักวิจารณ์คนหนึ่งของเขาเขียนไว้ว่า ซีซ่าเป็นชายหนุ่มของเหล่าหญิงสาว และหญิงสาวในเหล่าชายหนุ่ม แต่ไม่ช้าครีโอพัตราก็เผชิญกว่าประเด็นที่สำคัญของเรื่อง ข่าวลือของซีซ่า พระบิดาโอเลทีส ทรงถูกบังคับให้ออกนอกอาณาจักร หลังจากราษฎรในอียิปต์ ประท้วงการขึ้นภาษี เขาหันไปพึ่งโรมอีกครั้ง เพื่อขอคืนเงินก้อนที่เขาให้ซีซ่ายืม ครั้งนี้นายทหารรูปหล่อ วัย 25 ปีชื่อ มาร์ค แอนโทนี่ ได้นำกองทหารม้าโรมัน เข้าช่วยทวงบัลลังก์อียิปต์ คืนให้โอเลทีส แต่การรับความช่วยเหลือจากโรมอีกครั้ง ได้ปิดหนทางของโอเลทีส เพราะอียิปต์ ต้องตกอยู่ใต้ความคุ้มครอง ของโรมอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นก้าวแรกของการผนวกดินแดน การยึดครองประเทศต้องเกิดขึ้นแน่นอน บัดนี้ ปีที่ 55 ก่อนคริสตกาล ครีโอพัตรามีวัย 14 ชันษา ทรงกลายเป็นธิดาองค์โตของโอเลทีส ความเฉลียวฉลาดและเคารพรักพระบิดา ทำให้กลายเป็นธิดาองค์โปรด โอเลทีส ตระเตรียมพระธิดาสู่อำนาจ โดยปลูกฝังให้ยึดมั่นการปกอาณาจักรแห่งทอร์ลิมี่ แม้พระบิดาเป็นกษัตริย์ที่พ่ายแพ้ แต่ครีโอพัตราก็เรียนรู้จาก ความผิดพลาดนั้น ว่าความกล้า ไหวพริบและอมหิตคือหัวใจของความ อยู่รอด ตอนนี้พระนางเชื่อว่าต้นเหตุของความขมขื่น ทั้งหมดที่เกิดจากครอบครัวมาจากโรม ความพยายามเฮื้อกสุดท้ายของโอเลทีส ที่จะเหนี่ยวรั้งอำนาจไว้ เขาเขียนพินัยกรรมให้ครีโอพัตตรา ขึ้นครองราชย์ ร่วมกับพระอนุชาทอร์ลิมี่ที่ 13 และขอให้สภาสูงดำเนินการตามนี้ ปีที่ 51 ก่อนคริศตกาล โอเลทีสก็สิ้นพระชนต์


    fibonacci6

    เป็นการบังเอิญหรือเปล่าที่ก้านขวาบนคีย์บอร์ด ของเปียโน ช่วงเสียง คู่ 8 (octave) บนคีย์บอร์ดประกอบด้วยก้านขาว 8 ก้านและก้านดำเป็น 5 ก้าน ก้านดำจัดเป็นกลุ่ม 2 ก้านและ 3 ก้าน ดังนั้นช่วงเสียงรวมกันเท่ากับ 13 ก้าน

    อีกแง่หนึ่งของคีย์บอร์ด คือโน้ต 13 ตัวนี้เป็นของโครแมติก สเกล เป็นสเกลที่สมบูรณ์ที่สุดในดนตรีตะวันตก โน้ต 8 ตัวใน ไดอะทอนิก สเกล เรียกว่า เสียง คู่แปด ตามด้วยโน้ต 5 ตัวใน เพนทะทอนิก สเกล มีการใช้เพนทะทอนิก สเกลในดนตรียุโรปสมัยแรก ๆ และเป็นมาตรฐานปัจจุบันของ american Kodaly method ของการศึกษาดนตรีสำหรับเด็กเล็ก


    เพนทะทะนิก สเกล (โน้ต 5 ตัว) ไดอะทอนิก สเกล (โน้ต 8 ตัว)
    และโครมาติด สเกล (โน้ต 13 ตัว)

    ช่วงดนตรีที่เลือกแล้วทำให้ฟังรื่นหู คือ major sixth และ minor sixth

    ตัวอย่าง major sixth คือ โน้ต C สั่นประมาณ 264 รอบต่อวินาที และ A สั่นประมาณ 440 รอบต่อวินาที อัตราส่วน 264 ต่อ 440 ตัดทอนแล้วเหลือ 3/5 คือ อัตราส่วน ฟีโบนักชี ดังรูป

    ตัวอย่างของ minor sixth คือ โน้ต E สั่น ประมาณ 330 รอบต่อวินาที และ C สั่นประมาณ 528 รอบต่อวินาทีอัตราส่วน 330 ต่อ 528 ลดลงเหลือ 5/8 ซึ่งก็เป็นฟีโบนักชี


    อัตราส่วนฟีโบนักชีในช่วงดนตรี
    Minor sixth 330/528 = 5/8
    Major sixth 264/440 = 3/5

    ศิลปะการสร้างไวโอลิน ตามสัดส่วนทอง (G) ดังรูป จุดตัดกันของเส้นตรง 2 เส้น ที่ผ่านจุดศูนย์กลางของโพลงคล้ายรูปตัว f  ตัวและคอของไวโอลิน ก็เป็นสัดส่วนทอง


    สัดส่วนทองในมนุษย์ (เพิ่มเติมจาก วิทุรเวียนแมน)
    ความคิดและพฤติกรรมมนุษย์ ก็มีลักษณะสัดส่วนทอง จากรูปแสดงได้ชัดเจนว่า สะดือแบ่งร่างกายออกเป็นสัดส่วน ทอง คอแบ่งส่วนบนออกเป็นสัดส่วนทอง และหัวเข่าแบ่งส่วนล่างออกเป็นสัดส่วนทอง


    แบบจำลอง การศึกษาสัดส่วนของมนุษย์ ของสถาปนิก Le Corbusier

    นอกจากนี้ ยังมีศีรษะ เข้ารูปสี่เหลี่ยมสัดส่วนทองพอดี

    สัดส่วนทองของศีรษะและใบหน้า

    นิ้วมือก็แบ่งเป็นสัดส่วนทอง

    สัดส่วนทองของมือ

    แม้แต่นิ้วชี้ก็งอ เป็นสัดส่วนทองได้ด้วย

    สัดส่วนทองของนิ้งชี้ที่งอ

    สี่เหลี่ยมสัดส่วนทองที่ซ่อนอยู่ เป็นประจำและไม่มีใครเห็น ถ้าเอ่ยถึง เข็มนาฬิกา ที่นิยมแสดงตามร้านขายนาฬิกา และในโฆษณา แสดงเวลา 10.10 น. หรือ 8.20 น. ก็เพราะทำให้มองดูแล้วสบายตาและชวนมอง

    มองเห็นสี่เหลี่ยมสัดส่วนทองเมื่อเวลา 10.10 น.

    ในไม้กางเขนบนหลุมฝังศพ ในยุโรปในสัดส่วนทองเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว

    นอกจากนี้ยังมีอีกหลาย ๆ ที่ เช่น การวางลวดลายผนังก่ออิฐ , แม้กระทั่งการวิเคราะห์หุ้น ถ้าเคยเห็นโปรแกรม เกี่ยวกับหุ้น จะมี เครื่องมือ ฟีโบนักชี ด้วยเช่นกัน เคยเห็นเขาพูดกัน แต่ดูไม่เป็นหรอก

    นับว่าเป็นตัวเลขจากธรรมชาติ ที่อาจทำให้เรา คุ้นเคย กัน นี่อาจเป็นสัญชาติญาณของมนุษย์ก็ได้ ที่เกี่ยวกับสัดส่วนนี้ ที่นำมาใช้อย่างลงตัว

    ภาพสแกนจากในหนังสือ จึงไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ครับ
    ผู้เขียน
    ธนิดาสิริ ภัทรากาณจน์ เกียรตินิยมอัดดับหนึ่ง จุฬาลงกรณ์ ตำแหน่ง อาจารย์สภาปัต จุฬา
    ก่องกัญจน์ ภัทรากาญจน์ ฟิสิกส์ จุฬา ตำแหน่งงานอดีต คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ม. หัวเฉียว
    ธนกาณจน์ ภัทรากาณจน์ เกียรตินิยม คณิตศาสตร์ จุฬา ตำแหน่งงานอดีต รองอธิการบดี ม. หัวเฉียว


    fibonacci5

    ฟีโบนักชีมีอิทธิพลต่อความอยากรู้อยากเห็นในงานสถาปัตยกรรม และศิลปะมานานหลายศตวรรษ ด้วยความพึงพอใจ และความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และความงามมาตั้งแต่โบราณ เช่น ไปรษณียบัตรขนาด 3 คูณ 5 นิ้ว และหนังสือเล่มเล็กขนาด 5 คูณ 8 นิ้ว ล้วนใช้สัดส่วนฟีโบนักชี รวมทั้ง ใน ไพ่ป๊อก แผ่นรองเขียน หน้าต่าง กล่อง กระจกเงา แผงสวิตซ์ไฟฟ้าและบัตรเครดิต เป็นต้น

    นอกจากนี้ยังมีสัดส่วนของไม้กางเขนอีกด้วย ไม้กางเขนกับสี่เหลี่ยมผืนผ้าทอง ก้านสั้น แบ่งก้านยาวออกเป็นสัดส่วนเดียวกัน

    สัดส่วนนี้เป็นเรื่องน่าทึ่งแก่นักคณิตศาสตร์ จิตกร และสถาปนิก นานมาแล้วกว่า 4,000 ปี ในการสร้างมหาปิรามิด

    มหาปิระมิดแห่งกีซา

    ซ้าย เป็นสัดส่วนมหาปิระมิดแห่งกีซา ขวา เป็นสี่เหลี่ยมสัดส่วนทองตัดครึ่งทะแยง

    ปิระมิดแห่งกีซาสร้างเมื่อประมาณ 4,600 ปีมาแล้ว การใช้อัตราส่วนทองในงานสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ เท่าที่ทราบ อัตราส่วนระหว่างความสูงกับความยาวด้านหนึ่งของฐานจัตุรัส ประมาณ 5 ต่อ 8 หรือ 0.625
    นอกจากนี้ ด้านของรูปสามเป็นผิวของปิรามิด เชื่อกันว่า เป็นรูปสี่เหลี่ยมสัดส่วนทอง ซึ่งตัดเส้นทแยงมุมแล้วต่อเข้ากับด้านยาว

    อีกเรื่องที่น่าทึ่ง คือ มีเอกสารรายงานว่า อียิปต์สร้างปีรามิด มีความสูงเดิมเท่ากับ 5813 นิ้ว เท่ากับ 148 เมตร จาก 5, 8, 13 แต่คงยากที่จะวัดให้เห็นจริงเพราะก้อนหินสึกกร่อนไปตามกาลเวลา พื้นที่ของฐานเท่ากับ 13 เฮกเคอร์ หรือเท่ากับ 8 เอเคอร์

    โบสถ์ พาร์เธนอน

    สถาปนิกกรีกโบราณ ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 ทราบถึงอิทธิพลกลมกลืนนี้ดี พาร์เธนอน ใช้สี่เหลื่ยมผืนผ้าสัดส่วนทองกับงานสถาปัตยกรรม

    The image “http://jan.ucc.nau.edu/~ckk/parthenon.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    มัชฌิมทอง (ฟาย,
    Phi) ไม่ใช่บังเอิญที่ไปตรงกับอักษร 3 ตัวแรกของ Phidias ปฏิมากรกรีกที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง โครงสร้างแนวตรงจะปรากฏว่าไม่ตรงในสายตาของเรา ความบิดเบือนนี้เนื่องจากความโค้งของเรตินาของตาเป็นเหตุให้เส้นตรง กลายเป็นเส้นโค้ง เมื่อตาของเรามองเส้นตรงนั้น


    โบสถ์ พาร์เธนอน เอเธนส์ ประเทศกรีซ เป็นตัวอย่างที่งดงามที่สุด ตัวอย่างหนึ่งของสภาปัตยกรรมที่สถาปนิกโบราณชดเชยความบิดเบือนที่เกิดจากตา โดยใช้เสาของโบสถ์โค้งงอ

    ถ้าไม่ได้ชดเชยความบิดเบือนจะเห็นพาร์เธนอนแบบนี้

    ผู้สร้างมีความรู้เรื่องมัชฌิมทอง แสดงให้เห็นถึงการใช้สี่เหลี่ยมผืนผ้าสัดส่วนทอง


    มิติของโบสถ์พาร์เธนอน พอดีกับสี่เหลี่ยมผืนผ้าสัดส่วนทอง


    สี่เหลี่ยมผืนผ้าสัดส่วนทองในพาร์เธนอน

    ลีโอนาร์โด ดาวินชี

    ลีโอนาร์โด ดาวินชีก็ศึกษาสัดส่วนของร่างกายมนุษย์ โดยการเขียนภาพ วิทูรเวียนแมน (ดูได้ในหัวข้อวิทูรเวียนแมน ภาค ฟีโบนักชีได้ครับ) นอกจากนั้นมีในโมนาลิซา

    โมนาลิซาก็ใช้เช่นกัน

    และอัตราส่วน จากงานที่ยังไม่เสร็จของ St. Jerome ที่เขียนรูปไว้ราว พ.ศ. 2026 เชื่อกันว่าไม่ใช่เป็นการบังเอิญ แต่ลีโอนาร์โด นำเสนอรูปนี้ให้เข้ากับภาคตัดทอง เพราะความสนใจ และใช้คณิตศาสตร์ในผลงานของเขา
    The image “http://www.christusrex.org/www1/vaticano/P-Jerome.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    ปัจจุบัน ผลงานทางสถาปัตยกรรมเป็นไปด้วยสัดส่วนทอง ไปจนถึงอาคารสำนักงานใหญ่ ของสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา และเครื่องปั้นดินเผา

    อาคารสหประชาชาติ กับ เหยือกน้ำของกรีกในสี่เหลี่ยมสัดส่วนทอง


    สัดส่วนทองในมิติและแผนผังของภาพเขียน

    มิติภายนอกของพระพุทธรูปจากอินเดียวที่ปรากฏในรูปเป็น พระพุทธเจ้า ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 ก็แสดงถึงสัดส่วนทอง
    พระพุทธรูปก็เช่นกัน

    fibonacci4

    สับปะรด
    ลักษณะตาสับปะรดนี้เป็นรูปหกเหลี่ยมด้านเท่า



    นอกจากจะเรียงเป็นรูปหกเหลี่ยมด้านเท่าแล้วยัง เรียงเป็นวงก้นหอย 3 แบบแตกต่างกัน เมื่อเวียนก้นหอยชั้นที่น้อยที่สุด มาชั้นปานกลางและชั้นมากสุด จะเท่ากับ 8, 13 และ 21

    สับปะรดผลแรกแสดงวนก้นหอยที่น้อย 8 วงขนานกัน ผลกลางแสดงก้นหอยปานกลางมี 13 วงขนานกัน และ ผลสุดท้ายแสดงก้นหอยที่ชัน มี 21 วงขนานกัน

    กิ่งไม้
    พืชบางอย่างแตกกิ่งไม้เท่ากับ ฟีโบนักชีในขณะที่เจริญเติบโต มี ลำต้นมี 1กิ่ง แล้วแตกแขนงเป็น 2 กิ่ง ส่วนอีกกิ่งหนึ่ง ไม่ได้แตกแขนง แต่จะเกิดแตกแขนงอีกกิ่งหนึ่ง เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ พบได้จาก ต้นไม้บางชนิด ระบบรากบางระบบ และพืชจำพวกเห็ดราบางชนิด

    ตัวอย่าง ต้น Sneezewort (Achillea ptarmica) แสดงจำนวนกิ่งในแต่ละแนวระดับ ที่แตกกิ่งก้านขณะ เจริญเติบโต

    The image “http://www.first-nature.com/flowers/images/achillea_ptarmica1.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

    fibonacci3

    ในต้นไม้
    เลขฟีโบนักชีเกิดในธรรมชาติ บ่อยมาก ทำให้เชื่อว่ามิใช่เป็นการบังเอิญ จำนวนกลีบ หรือจำนวนคล้ายกลีบดอก

    กลีบดอกไม้
    1-------ดอกอัญชัน ดอกหน้าวัว
    2-------โป๊ยเซียน
    3-------เฟื่องฟ้า พลับพลึง บัวเผือน
    5-------ชวนชม ดอกแก้ว พังพวย กุหลาบ
    8--------ดาวกระจาย มะลิ
    13------บัวตอง ยี่สุ่น
    21 ------aster (ดอกเป็นฝอยคล้ายดอกเบญจมาศ)
    34 ------Field daisies, plantain, pyrethrums
    55-------African daisies, heleniums
    84-------Michaelmas daisies
    The image “http://www.bloggang.com/data/reddoll/picture/1113302705.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.ดอกอัญชัน 1 กลีบ The image “http://www.pantip.com/cafe/gallery/topic/G3462762/G3462762s.png” cannot be displayed, because it contains errors.ดอกโป๊ยเซียน 2 กลีบ
    The image “http://www.swk.ac.th/images/swk-flower.gif” cannot be displayed, because it contains errors.ดอกเฟื่องฟ้า 3 ดอก
    2. อัตราส่วนการเรียงตัวของใบไม้ และลำต้น พืชหลายอย่างมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตเป็นวงก้นหอยในขณะเจริญเติบโตเพื่อให้ไปถึงความชื้น แสงแดด และอากาศที่มีลักษณะหมุนเวียน อัตราการเจริญเติบโตได้ 2/5 ของวงกลม หรือ 3/5 ของวงกลม รวมถึงอัตราส่วนการเรียงตัวของใบไม้ มีเศษและส่วนของเลขฟีโบนักชี

    ทั้ง 8 กิ่งทำให้เกิดวงก้นหอยครบ 3 รอบแสดงถึงอัตราส่วนการเรียงตัวเท่ากับ 3/8

    3. ดอกทานตะวัน
    ดอกทานตะวันก็แสดงเล็กฟีโบนักชีด้วยเช่นกัน เมื่อมองจากจุดศูนย์กลางของดอกทานตะวันที่กำลังบาน จะเห็นวงก้นหอยของเมล็ดแตกต่างกัน 2 วง วงหนึ่งเวียนทวนเข็มนาฬิกา อีกวงก็ตามเข็มนาฬิกา เวียนซ้ายจะเท่ากับ 34 และวนขวาเท่ากับ 55 นอกจากนี้ยังพบว่า มีจำนวนวง 89 และ 144 หรือ 144 และ 233 อีกด้วย อย่างไรก็ดี จำนวนวงไม่เป็นไปตามนี้ บางทีก็พบเป็นจำนวนสองเท่าของเลขฟีโบนักชี เช่น แทนที่จะเป็น 34,55 ก็จะเป็น 68 , 110 เป็นต้น สับปะรด กับ กิ่งไม้ย้อนไปดูได้ครับ

    ดอกทานตะวันแสดงเมล็ดเรียงตัวเป็นวงก้นหอยขนานกัน 55 วงใน ทิศทวนเข็มนาฬิกาและอีกอันมี 89 วงขนานกันในทิศตามเข็มนาฬิกา

    ในสัตว์
    4. ผึ้ง
    ผึ่งก็แสดงการสืบพันธุ์เป็นเลขฟีโบนักชีด้วยเช่นกัน ดังภาพ ผึ้งตัวผู้เกิดจากไข่ที่มิได้ผสมน้ำเชื้อหมายความว่าผึ้งตัวผู้มีแต่แม่ ไม่มีพ่อ ผึ้งตัวเมียเกิดจากไข่ที่ผสมน้ำเชื้อ จึงมีทั้งพ่อและแม่

    ลำดับเครือญาติ
    5. สัตว์ที่มีวงก้อนหอยมุมเท่ากัน
    สามารถพบได้ในสัตว์หลายชนิด เช่น เขาของแกะป่า ใยแมงมุม จะงอยของปากนกแก้ว/นกขุนทอง เล็บแมว เล็บของนกขมิ้น งาช้าง วิถีของแมลงที่บินเข้าหาโคมไฟ ส่วนโค้งเหล่านี้เกิดขึ้นดูเหมือนจะเกี่ยวโยงกับลักษณะพื้นฐานของวงก้นหอย แม้ว่าวงก้นหอยเท่ากันนี้จะไม่ได้แสดงสัดส่วนเลขฟีโบนักชี ไปทุกอันก็ตาม ส่วนมากก็เป็นไปตามสัดส่วนเลขฟีโบนักชี แต่ บางอันดูยาก เพราะไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกัน เช่น เขาสัตว์

    6. รูปห้าเหลี่ยมด้านเท่า
    ฟีโบนักชี ยังมีบทบาทในรูปห้าเหลี่ยมด้านเท่าอีกด้วย เช่น ภาคตัดขวางของเมล็ดแอบเปิ้ล ดอกไม้หลายชนิด มี 5 กลีบ ในสัตว์ ก็ปลาดาว และหอยแซนด์ ดอลลาร์ เป็นต้น อัตราส่วนของด้านกับเส้นทแยงมุมของรูปห้าเหลี่ยมด้านเท่า จากรูป


    7. แมงมุมชักใย แมงมุมเริ่มต้นชักใยด้วยการสร้างเป็นโครงสร้างสามเหลี่ยม เป็นวิธีที่ใช้ใยน้อยที่สุด แต่ได้ความแข็งแรงสูงสุดและยืดหยุ่นได้ดี โครงสร้าง รัศมี และวงก้อนหอย อันแรก ใช้ใบชนิดไม่มียางเหนียว แมงมุมสร้างวงก้นหอยที่สองเป็นใบสำหรับดักจับแมลง เป็นอาหาร มันจะปั่นม้วนใยจากปลายข้างนอกเข้ามาหาจุดศูนย์กลาง โดยใช้เป็นยางเหนียว เป็นวงก้นหอยแบบลอการิทึม แมงมุมจำทุกส่วนของแผงใยได้ ดังนั้นแมงมุมจึงไม่ติดกับดักของตัวเอง เมื่อมีแมลงมาติด มันจะรู้ตำแหน่งโดยทันที จากการสั่นของใยรัศมี โดยไปทางเส้นใยที่ไม่มียางเหนียว

    fibonacci2

    The image “http://storage.msn.com/x1pxOYwqu4SjF7jxzYr4ItRRIqSz_sr9Zr7uYflXlSP-DtR9FGqmydcl96A8PzpNkQ3Dk4CTmpRpx6rVw9kdiMILw1CYbZ3BxN4JG1C-9OmB5dre7-SNYDbD_JhbrK09-Cgs-vuQsHOK6T2wGty7GMQNQ” cannot be displayed, because it contains errors.

     

    ลีโอนาร์โด ดาปีซา (Leonardo da pisa, พ.ศ. 1718- พ.ศ. 1793) ชื่อจริง คือ ลีโอนาร์โด แต่เนื่องจากเขาเกิดที่เมืองปีซาในอิตาลี ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอเอนปีซา จึงเรียกชื่อเป็น ลีโอนาร์โด ดาปีซา เมื่อเขาเขียนตำราคณิตศาสตร์ ได้ใช้นามปากกาว่า ฟีโบนักชี ,ฟีบอนาชี (Fibonacci)

    ลีโอนาร์ ดาวินชี ก็เกิดที่เมืองวินชี ประมาณ 200 ปีหลังจาก ลีโอนาร์ ดาปีซา ได้เสียชีวิตไปแล้ว

     ฟีโบนักชี เป็นนักคณิตศาสตร์ชั้นนำคนหนึ่งในสมัยกลางมีส่วนช่วยพัฒนาเลขคณิต พีชคณิต และเรขาคณิต เป็นบุตรของพนักงานศุลกากร อิตาลี ซึ่งทำงานที่ Buagia (สมัยนี้คือ Bougie) ในแอฟริกาเหนือ บิดาของเขาต้องเดนทางไปทำงานยังเมืองต่าง ๆ ทางติวันออกและอาหรับ อันเป็นผลให้ฟีโบนักชี คุ้นเคยกับระบบทศนิยมฮินดู-อารบิก ซึ่งมีค่าประจำหลักและสัญลักษณ์ศูนย์ อิตาลีในขณะนั้นใช้เลขโรมัน ฟีโบนักชี เห็นคุณค่าและความงดงามของเลขฮินดู-อารบิก ในพ.ศ. 1745 เขาเขียนหนังสือชื่อ Liber Abaci หนังสือลูกคิด หรือหนังสือคำนวณ

     ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อนักคณิตศาสตร์ฝรั่งเศส ชื่อ Edouard Lucas เป็นบรรณาธิการตรวจทานแก้ไขหนังสือคณิตศาสตร์เพื่อการหย่อนใน 4 เล่ม ได้ตั้งชื่อลำดับซึ่งประกอบด้วย เลข ฟีโบนักชี นี้ว่า อันเป็นคำเฉลยของโจทย์ข้อหนึ่งในหนังสือ Liber abaci

     ตามประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า นักปรัชญา นักคณิตศาสตร์และจิตรกรกรีกได้นำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับ สัดส่วนในรูปแบบต่าง ๆ ระหว่างก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 6 กับที่ 3 เพลโต ได้พิจารณาสัดส่วนทองดังนี้ การผูกพันกันมาที่สุดในบรรดาความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ด้วยกัน ได้เปิดทางให้ฟิสิกส์แห่งจักรวาล

    อัตราส่วนทอง (golden ratio) และสัญลักษณ์ของอัตราส่วนทองมีที่มาโดยย่อดังนี้

    • เพลโต (Plato) ใช้คำว่า ภาคตัด (section)
    • ยูคลิด (Euclid) ใช้คำว่า อัตราส่วนค่าสุดขีดกับค่ามัชฌิม (extreme and mean ratio)
    • โรมัน (Roman) ใช้คำว่า ภาคตัดทอง (aurea sectio—golden section)
    • ลีโอนาร์โด ดาวินชี (leonardo da vinci) และ ลูคา ปาชิโอลิ (luca Pacioli) ใช้คำว่า สัดส่วนเทพเจ้า (divine proportion)
    •  คริส โตเฟอร์ คลาวิอัส (Christopher Clavius) ใช้คำว่า สัดส่วนเหมือนพระเจ้า (godlike proportion)
    • โยฮันเนส เคปเลอร์ (Johanes Kepler) ใช้คำว่า ภาคตัดพระเจ้า (divine section)
    • โยฮัน เอฟใ ลอเรนท์ (Johann F. Lorentz) ใช้คำว่า การหารต่อเนื่อง (continuity division)
    •  เจ. เลสลี (J.Leslie) ใช้คำว่า ภาค ตัดมัธยะ (medial section)
    • อดอล์ฟ์ ซีซิง (Adolf Zeising) ใช้คำว่า ส่วนตัดทอง (golden cut)
    • มาร์ก บาร์ (Mark barr) ใช้คำว่า ฟาย (Phi )
    • เจ้าของบลอค เรียกว่า สัดส่วนสวรรค์ (Paradise Proportion) เอากะเขามั้ง

      

    1 1 2 3 5 8 13 21 34 55.+...

    ตอนต่อไป จะเข้ารายละเอียดกันว่า ฟีโบนักชีอยู่ที่ไดบ้างครับ ครั้งที่แล้วเรื่อง สับปะรด กับกิ่งไม้ เป็นตัวอย่างเท่านั้น

    ปล.1 ช่วงนี้อาจต้องเขียนเอนทรีบ่อยหน่อยนะครับ เพราะประมาณ วันที่ 10 กว่า อาจไม่ว่าง เขียนเอนทรี ก็เลย คัดเรื่องเด็ด ๆ มาให้อ่านกัน เอาครีโอพัตรา กับ มัมมี่ จีน 2000 ปีให้จบก่อนละกันครับ

    ปล 2. ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ พระเอกหนัง (ไททานิค) ชื่อดัง อันนี้เพิ่งทราบมา ว่าชื่อนี้ เกิดเมื่อ ตอนที่แม่ของเขาตั้งครรภ์ ได้ไปเที่ยว พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง ขณะที่กำลัง มองภาพ ลีโอนาร์โด ดาวินชี เด็กในครรภ์ (ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ) ก็ดิ้น และเตะท้องอย่างแรง ก็เลยตั้งชื่อ ตาม ลีโอนาร์โด ดาวินชี สงสัยคงชอบ